ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันพระปกเกล้าศึกษาดูงาน 'กรุงเทพธนาคม' กับบทบาทการพัฒนาเมือง

 

  สถาบันพระปกเกล้าศึกษาดูงาน 'กรุงเทพธนาคม' กับบทบาทการพัฒนาเมือง

  วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ดร.เกรียงพล พัฒน​รัฐ​ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท​ กรุงเทพ​ธนาคม​ จ​ำ​กัด​ พร้อมรองกรรมการผู้อำนวยการทุกกลุ่มงานให้การต้อนรับ คณะนักศึกษาหลักสูตร​ประกาศนียบัตร​กฏหมายท้องถิ่นรุ่นที่ 10 สถาบันพระปกเกล้า นำโดย รศ.ดร.อรทัย ก๊กผล รอง​เลขาธิการ​สถาบันพระปกเกล้าและดร.สกล เหลืองไพฑูรย์​ ในโอกาสศึกษาดูงานบริษัทฯ ใน​ฐานะ​วิสาหกิจ​ ของท้องถิ่น

  โดยรับฟังการบรรยาย เรื่อง "กรุงเทพ​ธนาคม กับบทบาทการพัฒนาเมือง" จากดร.เกรียง​พล พัฒน​รัฐ​ พร้อมร่วมซักถามและขอคำแนะนำวิธีการจัดบริการสาธารณะให้กับท้องถิ่น อาทิ ภารกิจด้านการกำจัดขยะ ภารกิจด้านการให้บริการระบบขนส่ง ตลอดจนซักถามถึงข้อกฏหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

  จากนั้นคณะดูงานเดินทางไปเยี่ยมชมภารกิจการให้บริการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า สายแรกของประเทศไทย​ ในโครงการพัฒนา​ระบบการเดินเรือในคลองผดุง​กรุง​เกษมของบริษัทฯ พร้อมทดลองนั่งเรือโดยสารจากท่าเรือสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง-ท่าเรือเทเวศร์​ โดยได้รับความรู้​เกี่ยวกับตัวเรือและการให้บริการขนส่งทางน้ำของบริษัทฯ

 

วันที่ 17 ธันวาคม 2564 


  

กรุงเทพธนาคม-สจส. ฟังแผนธุรกิจบริษัทปี 65 พัฒนาระบบการขนส่งมวลชนระบบล้อ ราง เรือ

 

   กรุงเทพธนาคม-สจส. ฟังแผนธุรกิจบริษัทปี 65 พัฒนาระบบการขนส่งมวลชนระบบล้อ ราง เรือ
(10 พ.ย.64) ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และผู้บริหาร ให้การต้อนรับ นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ ในโอกาสเข้ารับฟังแผนธุรกิจของบริษัทในปี 2565 ในด้านการพัฒนาระบบการขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางทั้งระบบล้อ ราง เรือ ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนงานของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนติดตามความคืบหน้าโครงการตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต่อไป
 
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 

 

 

“กรุงเทพธนาคม” มอบประกันภัยโควิด-19 เจ้าหน้าที่เก็บขยะกทม. 50 เขต รวม 250 คน
ทุนประกันกว่า 12.5 ล้านบาท สร้างความอุ่นใจเจ้าหน้าที่ด่านหน้า รวมทั้งจัดทำประกันภัยให้กับพนักงานจัดเก็บขยะติดเชื้อของบริษัทฯทุกคนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน

 

   “กรุงเทพธนาคม” มอบประกันภัยโควิด-19 เจ้าหน้าที่เก็บขยะกทม. 50 เขต รวม 250 คน ทุนประกันกว่า 12.5 ล้านบาท สร้างความอุ่นใจเจ้าหน้าที่ด่านหน้า รวมทั้งจัดทำประกันภัยให้กับพนักงานจัดเก็บขยะติดเชื้อของบริษัทฯทุกคนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน
   วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (สำนักงานใหญ่) รามคำแหง 40 ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ได้มอบหมายให้ นายณัฏฐพล ปักษี รองกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบกรมธรรม์ประกันชีวิต คุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)ให้แก่เจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร จำนวน 250 คน จาก 50 สำนักงานเขต ทุนประกันรวม 12.5 ล้านบาท โดยมีนายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เป็นผู้แทนรับมอบ
   ในการนี้ ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทฯมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าที่มีความเสี่ยงในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากและอาจมีเชื้อไวรัสโควิด-19 ปนเปื้อนมากับขยะทั่วไป จึงได้จัดทำประกันคุ้มครองภัยจากโควิด-19 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะโดยจะได้รับความคุ้มครอง ทั้งกรณีเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 และกรณีการเจ็บป่วยจากการได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19
   ดร.เกรียงพล กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ในฐานะที่บริษัทฯเป็นผู้รับดำเนินการกำจัดขยะติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร บริษัทฯก็ได้จัดทำกรมธรรม์คุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการเก็บขนและกำจัดมูลฝอยติดเชื้อของบริษัทฯ ซึ่งมีอยู่จำนวน 200 คนให้ได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกัน โดยมีระยะเวลาการคุ้มครอง 1 ปี เริ่มตั้งแต่ วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นอกจากนี้บริษัทฯยังได้รับความอนุเคราะห์จากกรุงเทพมหานคร ในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้กับเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะติดเชื้อของบริษัทฯเป็นกลุ่มแรก พร้อมกับเจ้าหน้าที่ด่านหน้าส่วนอื่น ๆ โดยขณะนี้ทยอยเข้ารับวัคซีนตามลำดับ โดยปัจจุบันมีปริมาณขยะติดเชื้อโควิด-19เพิ่มสูงขึ้นจากการออกหน่วยบริการทางการแพทย์ไปยังจุดที่เกิดคลัสเตอร์ต่าง ๆ นอกเหนือจากการดำเนินการจัดเก็บขยะติดเชื้อในสถานพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์กักกันโรคและHospitel โดยมีจุดจัดเก็บขยะติดเชื้อโควิด-19 รวมถึง 277 แห่งแล้ว และมีปริมาณขยะติดเชื้อโควิด-19เฉลี่ยวันละกว่า 19.85 ตัน ซึ่งบริษัทฯยังคงมาตรฐานการปฎิบัติงานด้วยความปลอดภัยสูงสุด


วันที่ 18 พฤษภาคม 2564


 

'กรุงเทพธนาคม' ใสใจคนพิการ-ผู้สูงอายุ พาถึงที่หมายอย่างปลอดภัยไร้ Covid-19
 

   บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เน้นย้ำความปลอดภัยกับผู้พิการและผู้สูงอายุ ทำความสะอาดรถตู้ในโครงการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ตามมาตรการป้องกัน Covid-19 อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการถึงที่หมายอย่างสะดวกปลอดภัย

 


 

 

 

สแกน “เราชนะ” ขึ้นรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าสายสีทอง ได้ตั้งแต่ 5 ก.พ. 64 เป็นต้นไป

 

   บีทีเอส ชำระค่าโดยสารผ่าน “เราชนะ” ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้
   นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่า ตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องของโครงการ “เราชนะ” โดยมีข้อกำหนดให้สามารถจัดใช้วงเงินดังกล่าว ในการชำระค่าบริการระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ทุกประเภท ยกเว้นทางอากาศ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยแบ่งเบา และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการสัมผัสเงินสด เพื่อสร้างความปลอดภัย มั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชน
   นายสุรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการตามมาตรการที่รัฐบาลขอความร่วมมือ โดยผู้โดยสารที่มีการลงทะเบียนในโครงการ “เราชนะ” จะสามารถเริ่มชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าสายสีทอง ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ซึ่งประเภทบัตรโดยสารที่รับชำระผ่าน “เราชนะ” ได้แก่ บัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) สามารถมาติดต่อขอรับสิทธิได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี สำหรับกลุ่มผู้ได้สิทธิในการใช้ “เราชนะ” เพื่อชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า มีดังนี้
   1. ผู้โดยสารถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
   2. ผู้โดยสารที่ โหลดแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง
   สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2617 6000 Line Official : @btsskytrain หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application ‘BTS SkyTrain’ และแฟนเพจ Facebook : รถไฟฟ้าบีทีเอส

 

 


 

ทดลองนั่งเรือไฟฟ้าคลองผดุงกรุงเกษม เตรียมความพร้อมเปิดให้บริการ 27 พ.ย.นี้

   เมื่อวันที่ 23 พ.ย.63 นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารจากกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจการทดสอบเดินเรือไฟฟ้า จำนวน 7 ลำ โครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม ณ ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งจะเปิดให้บริการประชาชนเต็มรูปแบบในวันที่ 27 พ.ย.นี้ โดยได้รับเกียรติจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีเปิด
 
   เรือคลองผดุงกรุงเกษมให้บริการเรือโดยสารที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์จำนวน 8 ลำ หลังคาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 12 แผง ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เรือทุกลำติดตั้งระบบจีพีเอสติดตามตำแหน่งเรือ โดยมีศูนย์ควบคุมติดตามตรวจสอบตลอดช่วงเวลาที่ให้บริการประชาชน ตลอดจนออกแบบที่นั่งและทางเดินในเรือให้สะดวกสบายขึ้น มีลายกันลื่นตลอดพื้นเรือเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้ 30 ที่นั่ง รวมถึงผู้โดยสารที่ใช้วีลแชร์ได้ 1 คัน ตลอดเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมมีระยะทาง 5 กิโลเมตร ประกอบด้วย 11 ท่าเรือได้แก่ ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ท่าเรือหัวลำโพง ท่าเรือนพวงศ์ ท่าเรือยศเส ท่าเรือกระทรวงพลังงาน ท่าเรือแยกหลานหลวง ท่าเรือนครสวรรค์ ท่าเรือราชดำเนินนอก ท่าเรือประชาธิปไตย ท่าเรือเทเวศร์ และท่าเรือตลาดเทวราช ครอบคลุม 4 พื้นที่เขต ได้แก่ เขตพระนคร เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตปทุมวัน
 
 
 

 

KT และ BTS ตรวจความเรียบร้อย รถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ-สถานีคูคต
ก่อนเปิดให้บริการ ต้น ธ.ค.นี้

 

   KT และ BTS ตรวจความเรียบร้อย รถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ-สถานีคูคต ก่อนเปิดให้บริการ ต้น ธ.ค.นี้
   (10 พ.ย.63) นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด พร้อมด้วย นายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และคณะลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมสถานีรถไฟฟ้าบนชั้นชานชาลา และชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จากสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (N17) ถึง สถานีคูคต (N24) พร้อมตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของศูนย์ซ่อมบำรุงและควบคุมส่วนกลางคูคต ก่อนเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2563 นี้
 
 

ตรวจความก้าวหน้าสถานีแยกคปอ.-คูคต รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ
 
   ตรวจความก้าวหน้าสถานีแยกคปอ.-คูคต รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ
   (2 พ.ย.63) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความก้าวหน้างานก่อสร้างสถานีแยกคปอ. (N23) และสถานีคูคต (N24) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต แอดมินนำภาพบรรยากาศของทั้ง 2 สถานีมาให้รับชมกัน ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการจากสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (N17) ถึง สถานีคูคต (N24)ครบทั้งเส้นทางในเดือนธันวาคม 2563 นี้
  
 

ผู้บริหารกรุงเทพธนาคม ให้การต้อนรับผู้ว่าฯกทม.ตรวจเยี่ยมโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง

 

   ผู้บริหารกรุงเทพธนาคม ให้การต้อนรับผู้ว่าฯกทม.ตรวจเยี่ยมโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง

   วันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่สถานีกรุงธนบุรี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1 (สถานีกรุงธนบุรี-สถานีสำนักงานเขตคลองสาน) โดยมีผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด นายปิยะ พูดคล่อง ประธานกรรมการ นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ นายมานิต เตชอภิโชค พร้อมด้วยนายโดม ชโยธิน นายสมบูรณ์ หอมนาน นายธีรวัจน์ ห้วยหงษ์ทอง กรรมการบริษัทให้การต้อนรับ โดยได้มีการตรวจเยี่ยมศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีทอง และทดลองโดยสารรถไฟฟ้าด้วย

   พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2561 และขณะนี้การก่อสร้างและติดตั้งระบบในภาพรวมมีความก้าวหน้า 96 % แบ่งออกเป็นความก้าวหน้างานโยธา 98 % และความก้าวหน้างานระบบการเดินรถ 92 % โดยหลังจากติดปัญหาเรื่องผลกระทบจากโรคโควิด 19 ที่ทำให้การจัดส่งขบวนรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องล่าช้า รวมทั้งการปรับปรุงแบบทางขึ้นลงสถานีให้ตรงตามความต้องการของชุมชน ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการจากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2563
โดยหลังจากที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายก็ได้รับมอบขบวนรถในโครงการมาครบทั้งหมดแล้ว ทั้ง 3 ขบวน และขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบการเดินรถในเส้นทาง ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้กลางเดือนธันวาคม 2563 นี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะประชาชนในย่านฝั่งธนฯที่จะมีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่สถานีคลองสาน เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลตากสิน สำนักงานเขตคลองสาน สน.ปากคลองสาน และสำนักการศึกษา กทม. จะช่วยให้การเดินทางมาติดต่อราชการสะดวกมากขึ้น โดยรถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ ราง เรือ รองรับผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าสาย สีเขียวที่สถานีกรุงธนบุรี และเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงในอนาคต รวมทั้งเชื่อมการเดินทางของประชาชนที่ใช้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

   นอกจากนี้การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้ายังช่วยเพิ่มมูลค่าของที่ดินในแนวรถไฟฟ้า เสริมสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ และจะเป็นจุดไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า โครงการนี้กรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณของทางภาครัฐ แต่ใช้รายได้ล่วงหน้าจากการให้สิทธิพื้นที่โฆษณาบนรถไฟฟ้ามาลงทุนก่อสร้างโครงการ เป็นรูปแบบการแสวงหาความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนากรุงเทพฯไปด้วยกัน จึงทำให้โครงการเกิดขึ้นได้เร็ว ไม่ต้องรองบประมาณจากทางภาครัฐ และทรัพย์สินในโครงการนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรุงเทพมหานครทั้งหมด ขอยืนยันว่าโครงการนี้ เป็นความตั้งใจดีที่กทม.มอบแก่ให้ประชาชน
สำหรับปัญหาการใช้ผิวการจราจรในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทองขณะนี้ ปัจจุบันนี้การก่อสร้างงานโยธาของโครงการรถไฟฟ้านั้นเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ที่มีการก่อสร้างคือการดำเนินการของหน่วยงานสาธารณูปโภค ซึ่งได้เร่งรัดการดำเนินการพร้อมกับให้สำนักงานเขตกำชับการเปิดพื้นที่ดำเนินการจะต้องลดผลกระทบต่อผู้สัญจรในเส้นทางให้มากที่สุด
ทั้งนี้สำหรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง มีระยะทางรวม 2.75 กิโลเมตร 4 สถานี วิ่งตามแนวถนนกรุงธนบุรี ถนนเจริญนครและถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยในปัจจุบันเป็นการดำเนินการระยะที่ 1 ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร ประกอบด้วย สถานีกรุงธนบุรี (G1) สถานีเจริญนคร (G2) และสถานีคลองสาน (G3) ระบบรถไฟฟ้าเป็นระบบ Automated Guideway Transit (AGT) หรือระบบขนส่งมวลชนแบบนำทางอัตโนมัติ หรือรถไฟฟ้าระบบ Automated People Mover (APM) เป็นระบบล้อยาง โดยรถที่นำมาใช้เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 ความเร็วสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง จำนวน 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ความจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ ตู้รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารเมื่อเปิดให้บริการ อยู่ที่ประมาณ 42,260 เที่ยว-คน/วัน.