ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 กรุงเทพธนาคม เผย ครบกำหนดขยายเวลายื่นความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสาร มีผู้สนใจรวม 13 ราย เตรียมสรุปข้อมูลก่อนเสนอกสทช. ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อกำหนดอัตราค่าเช่าท่อต่อไป



     นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้ขยายเวลายื่นเอกสาร แจ้งความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในลักษณะของ “ไมโครดัก”ของทางบริษัทฯเพิ่มเติมถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2562 หลังจากที่การเปิดให้แจ้งความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารรอบแรก ที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 มีผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสารซึ่งทางบริษัทฯได้พิจารณาขยายเวลาให้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายอย่างเต็มที่นั้น

     ผลปรากฎว่าเมื่อครบกำหนดในการขยายเวลาครั้งนี้ มีผู้ประกอบการ ที่ยื่นความประสงค์ใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของบริษัทฯเพิ่มเติม จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด 2.บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด 3.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด 4.บริษัท แอมเน็กซ์ จำกัด และ5.บริษัท กสทโทรคมนาคมจำกัด (มหาชน)

     ดังนั้นเมื่อรวมกับผู้ประกอบการที่ได้ยื่นความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ในรอบแรก ที่มีจำนวน 8 ราย คือ 1.บริษัท เคเบิลคอนเนค จำกัด 2.บริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด 3.บริษัท อินฟอเมชั่น ไฮเวย์ จำกัด 4. บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ 8.บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) รวมแล้วมีจำนวนผู้ที่ยื่นความต้องการใช้ท่อทั้งหมด 13 ราย

     นายมานิตกล่าวต่อด้วยว่า "หลังจากนี้จะต้องนำข้อมูลที่ทางผู้ประกอบการยื่น มาสรุปเป็นความต้องการใช้ท่อที่จะใช้ในแต่ละเส้นทางแต่ละโซนว่าจะมีความต้องการใช้จริงจำนวนกี่ท่อและนำมาใช้ในการประเมินต้นทุนการก่อสร้าง ซึ่งจะสะท้อนออกมาเป็นอัตราอ้างอิงค่าเช่าท่อจริงที่ทางบริษัทฯจะเสนอไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พิจารณาอีกครั้ง

     ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดเสนอได้ภายในเดือนตุลาคม ซึ่งกสทช.จะเป็นผู้พิจารณาอัตราค่าเช่าท่อร้อยสายสื่อสาร ตามประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้องของกสทช.ต่อไป

     อย่างไรก็ตาม กรุงเทพธนาคมยังเปิดรับข้อมูลความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารจากผู้ประกอบการรายอื่น ที่อาจมีความต้องการใช้ในอนาคต นอกจากนั้นแล้วกรุงเทพธนาคมได้ศึกษาแนวทางสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยอื่นๆ ที่อาจมีความต้องการเพิ่มเติมเช่นกัน ดังนั้นหากมีผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ท่อร้อยสายเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งความต้องการเพิ่มได้ตลอดเวลา” นายมานิต กล่าวในที่สุด


 

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 “กรุงเทพธนาคม” เผย เปิดเดินรถบีทีเอส 1 ถึงสถานีห้าแยกลาดพร้าว 2 เดือน ผู้โดยสารทะลุ 35,000 คนต่อวันแล้ว คาดเปิดถึงม.เกษตรฯ 5 ธ.ค.นี้ ยอดผู้โดยสารอาจพุ่งแตะ 100,000 คนต่อวัน เนื่องจากในเส้นทางมีอาคารสำนักงานและสถานที่ราชการหลายแห่ง ยืนยันความพร้อมกลางเดือนนี้ได้เห็นรถขบวนเปล่าวิ่งบนรางถึงม.เกษตรฯแน่นอน


     นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังจากที่เปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายสายสีเขียว ส่วนเหนือจากหมอชิต – ห้าแยกลาดพร้าว 1 สถานี ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา โดยให้บริการฟรียังไม่มีการเก็บค่าโดยสาร จากสถิติพบว่า ขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา หรือเกือบ 2 เดือนหลังจากเปิดให้บริการพบว่า มีผู้โดยสารเฉลี่ยสูงสุดที่วันละ 35,002 คน โดยช่วงเวลาที่ผู้โดยสารเดินทางสูงสุดคือ ในช่วง 07.00 – 09.00 น.


     ทั้งนี้ในส่วนของความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมขยายการเดินรถจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว เพิ่มอีก 4 สถานีประกอบด้วย สถานีพหลโยธิน 24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และ สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) ขณะนี้การทดสอบเดินรถเป็นไปตามแผน โดยจะเริ่มเห็นขบวนรถเปล่าขึ้นวิ่งบนรางไปจนถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้แน่นอน และพร้อมจะเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร โดยคาดการณ์ว่าการขยายเส้นทางเดินรถเพิ่มถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะส่งผลให้มีผู้โดยสารใช้งานเพิ่มขึ้น อาจถึง 100,000 คน/วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการ และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่ง อย่างไรก็ตามเป็นตัวเลขคาดการณ์ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารตามที่ได้ศึกษาไว้จะเป็นตัวเลขจำนวนผู้โดยสารเมื่อเปิดเดินรถเต็มระบบจากหมอชิตถึงสถานีปลายทางที่คูคต ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารมากกว่า 200,000 คนต่อวัน

 

     “สำหรับแนวทางในการให้บริการประชาชนนั้น จะใช้รูปแบบเดียวกับการเปิดเดินรถสถานีห้าแยกลาดพร้าว คือ ในช่วงเวลาเร่งด่วน 07.00-09.00 น. และเวลา 16.30 – 20.00 น. ขบวนรถจะวิ่งถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สลับขบวนกับที่มาถึงสถานีหมอชิต และช่วงเวลานอกเร่งด่วน จะวิ่งถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทุกขบวน” นายมานิต กล่าว.

 


 

วันที่ 25 กันยายน 2562  ก้าวสู่ปีที่ 65  “กรุงเทพธนาคม” มุ่งมั่นผลักดันทุกภารกิจพัฒนาเมืองเปิดเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวจากห้าแยกลาดพร้าวถึงม.เกษตรศาสตร์ ปลายปีนี้ เดินหน้าโครงการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร เพิ่มทางเลือกจัดการขยะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขณะที่โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน  9 ต.ค.นี้จะทราบความต้องการใช้ท่อร้อยสายทั่วกรุงเทพฯ

 

     ก้าวสู่ปีที่ 65 “กรุงเทพธนาคม” มุ่งมั่นผลักดันทุกภารกิจพัฒนาเมืองเปิดเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวจากห้าแยกลาดพร้าวถึงม.เกษตรศาสตร์ ปลายปีนี้ เดินหน้าโครงการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร เพิ่มทางเลือกจัดการขยะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขณะที่โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน 9 ต.ค.นี้จะทราบความต้องการใช้ท่อร้อยสายทั่วกรุงเทพฯ

 

     เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 ที่อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทฯ พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และจัดทำบุญในโอกาสวันครบรอบก่อตั้งบริษัทฯ 24 กันยายน 2562 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 ในการนี้ประธานกรรมการบริษัทฯ ได้เปิดเผยถึงแนวทางในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการเมืองในด้านต่างๆให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

     นายกิติศักดิ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครในทุกมิติ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยขณะนี้มีโครงการสำคัญที่จะเปิดให้บริการคือ การเปิดเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเดือนธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นการเปิดให้บริการเดินรถต่อเนื่องจากสถานีห้าแยกลาดพร้าวเพิ่มอีก 4 สถานีประกอบด้วย สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจากการทดสอบระบบและการเตรียมความพร้อมต่างๆ มีความคืบหน้าไปตามลำดับ และกำหนดเปิดเดินรถครบตลอดเส้นทางถึงสถานีคูคตปลายปี 2563 ส่วนโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง ระยะที่ 1 (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี – สำนักงานเขตคลองสาน) จำนวน 3 สถานี ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร คาดว่าจะพร้อมให้บริการได้ประมาณปลายปี 2563 เช่นกัน

     นอกจากนี้ในส่วนของภารกิจด้านการให้บริการเดินเรือในคลอง ปัจจุบันบริษัทฯมีการให้บริการเดินเรือทั้งหมด 5 เส้นทาง คือ 1.คลองภาษีเจริญ (วัดปากน้ำฯ – ท่าเรือเพชรเกษม 69) 2. คลองบางหลวง (ท่าเรือบางหว้า – วัดกำแพงบางจาก) 3. คลองบางกอกใหญ่– แม่น้ำเจ้าพระยา (ท่าเรือบางหว้า-ท่าเรือท่าช้าง) 4.คลองผดุงกรุงเกษม (ท่าเรือเทวราชฯ-ท่าเรือหัวลำโพง) และ5.คลองแสนแสบ (ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง-ท่าเรือพาซิโอ) โดยในเส้นทางคลองแสนแสบยังคงให้บริการต่อเนื่องรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากสถิติที่เริ่มเปิดดำเนินการในเดือนก.พ.62 มีผู้โดยสาร 8,616 คน เพิ่มเป็น 17,299 คนในเดือน ส.ค.62 ส่วนโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร ให้บริการยืมรถจักรยานบริเวณย่านเศรษฐกิจ 50 สถานี ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 10,214 คน เพื่อสนับสนุนการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ

     นายกิติศักดิ์ กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ปัจุบันบริษัทฯมีภารกิจในการเก็บขนและกำจัดมูลฝอยติดเชื้อครอบคลุมสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพฯ100% จำนวน 5,286 แห่ง จัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อ 42 ตันต่อวัน ในปี 2563 จะเปิดใช้เตากำจัดขยะติดเชื้อที่ติดตั้งใหม่ 2 เตา จะเพิ่มความสามารถกำจัดขยะติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นเป็น 70 ตันต่อวันรองรับสถานบริการสาธารณสุขที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และโครงการล่าสุดที่เตรียมเปิดดำเนินการในปีหน้า คือ โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานด้วยเทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ขนาด 800 ตันต่อวันระยะเวลาสัญญา 20 ปี ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีการคัดแยกขยะ และนำขยะอินทรีย์มาหมัก ได้ผลผลิตเป็นก๊าซชีวภาพที่นำไปใช้ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า โครงการนี้เป็นการแบ่งเบาภารกิจในการกำจัดขยะของกรุงเทพมหานคร ที่ปัจจุบันมีขยะกว่า 10,000 ตัน/วัน โดยใช้รูปแบบการกำจัดขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นโครงการกำจัดขยะผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นแห่งที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร หลังจากที่ปัจจุบันมีเพียงแห่งเดียวที่เปิดดำเนินการอยู่

     สำหรับโครงการนำท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินหลังจากที่บริษัทฯได้มีหนังสือแจ้ง ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม จำนวน 61 ราย เพื่อขอทราบความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในลักษณะของ “ไมโครดัก” ซึ่งจะทราบความต้องการตามกำหนดเวลาให้ตอบกลับมาในวันที่ 9 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นจะจัดทำข้อเสนออ้างอิงการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)เพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป ตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร สู่มหานครไร้สายสื่อสารในปี 2564

     นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้บริการรถตู้โดยสาร ”ฟรี” สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น ปัจจุบันมีรถให้บริการ 30 คัน และมีจำนวนผู้ใช้บริการจนถึงปี2562 รวม 52,714 คนทั้งนี้บริษัทฯจะเดินหน้าขับเคลื่อนทุกภารกิจในการบริหารจัดการเมืองในด้านต่างๆเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งความสะดวกสบาย เมืองแห่งความสุขของทุกคน” นายกิติศักดิ์ กล่าว


 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน  2562 กรุงเทพธนาคม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมเข้าร่วมโครงการท่อสายสื่อสาร เตรียมส่งหนังสือเชิญชวนยื่นข้อเสนออีกครั้ง หวังได้รับความร่วมมือจากทุกค่าย ยืนยันเจตนารมณ์เดิม โปร่งใส เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด



     นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า ในการประชุมชี้แจงต่อกสทช.เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา  ทางกรุงเทพธนาคม  ได้ยึดถือแนวทางการเปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกรายได้เข้าใช้บริการท่อร้อยสายสื่อสารร่วมกัน

     โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงข่ายท่อร้อยสายด้วยตนเอง ไม่ได้เป็นการให้สิทธิ์หรือผูกขาดหรือร่วมลงทุนกับผู้ใช้บริการรายใดเป็นการเฉพาะ ซึ่งยึดถือประกาศ กสทช. เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้ การลงทุน และการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินหรือกับโครงสร้างพื้นฐานหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้บริการโทรคมนาคม (ประกาศฯ) เป็นหลักในการดำเนินการมาตลอดนั้น 

      แต่เมื่อทางผู้รับใบอนุญาตมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า การประกาศเชิญชวนยื่นข้อเสนอของกรุงเทพธนาคม จะเป็นการผูกพันให้ผู้รับใบอนุญาตจะต้องเข้าทำสัญญาใช้ท่อร้อยสายสื่อสาร เป็นเหตุให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นไม่เข้ามายื่นความประสงค์


วันที่ 30 ส.ค.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุม พร้อมเสนอความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดทำกฎบัตร ในการพัฒนาเมืองรายพื้นที่ ของกลุ่มรัตนโกสินทร์ ณ ห้องประชุมสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ร่วมกับ หน่วยงานราชการในพื้นที่ 

ระดมความคิดเห็น "การจัดทำกฎบัตรพัฒนาเมือง" กลุ่มรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 1

     วันที่ 30 ส.ค.62 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และ ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุม พร้อมเสนอความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดทำกฎบัตร ในการพัฒนาเมืองรายพื้นที่ ของกลุ่มรัตนโกสินทร์ ณ ห้องประชุมสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ร่วมกับ หน่วยงานราชการในพื้นที่ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ สำนักงานเขตในพื้นที่ (เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธ์วงศ์ เขตธนบุรี เขตบางพลัด เขตบางกอกใหญ่ เขตบางกอกน้อย เขตคลองสาน) อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมศิลปากร หอศิลป์ และภาคเอกชน ต่างๆ เช่น บริษัท กรุงเทพพัฒนาเมือง จำกัด องค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม อสังหาริมทรัพย์ และภาคประชาชน ได้แก่ เจ้าของธุรกิจในพื้นที่รัตนโกสินทร์ เช่น กลุ่มผู้แทนพื้นที่ปากคลองตลาด ในการดำเนินการจัดทำกฎบัตรกลุ่มรัตนโกสินทร์

     โดยที่ประชุมมีความเห็นเลือกสาขาการพัฒนาตามค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดจากมากไปหาน้อย 4 อันดับ ได้แก่
1. สาขา Park & Open Spaces
2. สาขา Green Building Infrastructure (การส่งเสริมการออกแบบและก่อสร้างอาคารเขียว)
3. สาขา Urban Revitalization
4. สาขา City Administration Urban Management

     โดยการประชุมครั้งต่อไปจะจัดการประชุมกฏบัตรกลุ่มรัตนโกสินทร์ อีกครั้งภายใน 1 เดือน


 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคา 2562  นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และ ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็น
"การจัดทำกฎบัตรพัฒนาเมือง" กลุ่มอโศก-พระราม 9   

ระดมความคิดเห็น "การจัดทำกฎบัตรพัฒนาเมือง" กลุ่มอโศก-พระราม 9 ครั้งแรก

     วันที่ 27 ส.ค.62 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ  และ ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุม พร้อมเสนอความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดทำกฎบัตร ในการพัฒนาเมืองรายพื้นที่ ของกลุ่มอโศก-พระราม 9 ณ ห้องประชุมสุขุมวิท3 โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล21 ร่วมกับ องค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม อสังหาริมทรัพย์ และ เจ้าของธุรกิจในพื้นที่อโศก-พระราม 9 ในการดำเนินการจัดทำกฎบัตร กลุ่มอโศก-พระราม 9

     โดยที่ประชุมมีความเห็นเลือกสาขาการพัฒนาตามค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดจากมากไปหาน้อย 4 อันดับ ได้แก่
1. สาขา park & Open Spaces
2. สาขาคมนาคมขนส่งเขียว (ทางเดิน ทางจักรยาน การขนส่งมวลชนรอง)
3. สาขาการปรับปรุงฟื้นฟูเมือง เศรษฐกิจเขียว
4. สาขาบริหารจัดการเมือง

    โดยการประชุมครั้งต่อไปจะจัดการประชุมกฏบัตรในกลุ่มรัตนโกสินทร์ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ณ.ห้องสุทัศน์ 
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถนนดินสอ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 
ระดมความคิดเห็น "แนวทางการจัดทำกฎบัตรพัฒนาเมือง" ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ระดมความคิดเห็น "แนวทางการจัดทำกฎบัตรพัฒนาเมือง" ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

      วันที่ 14 ส.ค.62 นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมพร้อมเสนอความคิดเห็นต่อแนวทางการจัดทำกฎบัตร ในการพัฒนาเมืองหรือชุมชนย่านต่าง ๆ ของกทม. ณ ห้องประชุมใหญ่ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมกับ องค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม และ อื่น ๆ

       ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ส.ค.62 โดยมี นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ, นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และ ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุมและต้อนรับการประชุมครั้งนี้ได้คัดเลือกพื้นที่นำร่องในการร่วมดำเนินการตามแนวทางกฏบัตรของกรุงเทพมหานครเพื่อการนำแผนการพัฒนาที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันไปสู่การปฏิบัติหรือให้บรรลุเป้าหมายและยกระดับการพัฒนาเมืองหรือย่านชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

 


 

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 62 เปิดทดลองวิ่งแล้ว BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว ให้บริการฟรีถึง 5 ธ.ค.62 

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดทดลอง ให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

      เปิดทดลองวิ่งแล้ว BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว ให้บริการฟรีถึง 5 ธ.ค.62 (9 ส.ค.62) เวลา 10.45 น. ณ บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว เขตจตุจักร : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 1 สถานี จากสถานีหมอชิต (N8) ไปยังสถานีห้าแยกลาดพร้าว (N9) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และ ผู้บริหารบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมในพิธีเปิด โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารโดยสารรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีหมอชิต ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต- สะพานใหม่- คูคต เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบนส่งมวลชนทางรางตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561- พ.ศ.2580) ของรัฐบาล ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างฯ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยได้เริ่มก่อสร้างในปี 2558

        ส่วนกรุงเทพมหานครดำเนินงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตามมติของคณะกรรมการจัดการระบบจราจรทางบกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 เรื่องการมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริง-สมุทรปราการและช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ปัจจุบันการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ 99% จำนวน 1 สถานี คือสถานีห้าแยกลาดพร้าว (N9)อยู่ระหว่างการดำเนินงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและเก็บรายละเอียดเพียงเล็กน้อย สามารถเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 1 สถานี จากสถานีหมอชิต (N8) ไปยังสถานีห้าแยกลาดพร้าว (N9) โดยจะให้บริการฟรีไม่เก็บค่าโดยสาร จนถึงวันที่ 5 ธ.ค.62 สำหรับรูปแบบการเดินรถ 1 สถานี แบ่งระยะเวลาการให้บริการเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak) เช้าและเย็น ตั้งแต่เวลา 07.00 - 09.00 น. และตั้งแต่เวลา 16.30 -20.00 น. จะเดินรถต่อจากสถานีหมอชิต ไปสถานีห้าแยกลาดพร้าว โดยขบวนรถจะเดินรถรูปแบบขบวนเว้นขบวน คือขบวนหนึ่งวิ่งสิ้นสุดที่ปลายทางหมอชิต อีกขบวนจะวิ่ง ไปยังสถานีห้าแยกลาดพร้าว ส่วนในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off peak) และวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) จะให้บริการถึงสถานีห้าแยกลาดพร้าวได้เลย คาดว่ามีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 70,000 – 80,000 เที่ยวคนต่อวัน โดยภายในปลายปี 2562 จะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 4 สถานี เพื่อลดความแออัดบริเวณสถานีหมอชิต ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้ คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการตลอดเส้นทาง เดือนธ.ค.63 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดเปิดให้บริการในเดือนก.ค.64 

        สำหรับรูปแบบเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดสายมีแนวเส้นทางต่อขยายจากโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครที่สถานีหมอชิตวิ่งไปตามถนนพหลโยธิน เข้าสู่ถนนลำลูกกาและสิ้นสุดที่บริเวณตำบลคูคต อำเภอลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี ระยะทางรวม 19 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 16 สถานี โดยรูปแบบสถานีรถไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้น 1 ระดับดิน เป็นทางขึ้น-ลง 4 แห่ง ชั้น 2 เป็นชั้นออกบัตรโดยสาร และชั้น 3 เป็นชานชาลาสำหรับรับส่งผู้โดยสาร ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น บันได บันไดเลื่อน ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำ ทางลาดสำหรับผู้พิการ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักการออกแบบอารยสถาปัตย์ Universal design เพื่อให้ผู้โดยสารทุกกลุ่มเข้าถึงการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า 1 แห่ง ตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีคูคต และมีอาคารจอดแล้วจรจำนวน 2 แห่งที่บริเวณสถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต 

        พร้อมทั้งมีจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆเช่นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีห้าแยกลาดพร้าวและจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ เป็นต้น ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเร่งดำเนินการและประสานความร่วมมือกับ รฟม. ทุกๆด้านต่อไป เพื่อให้สามารถเปิดบริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต- สะพานใหม่- คูคต ตลอดทั้งโครงการได้โดยเร็ว เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง รวมทั้งยกระดับคุณภาพการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป