ข่าวประชาสัมพันธ์

'กรุงเทพธนาคม' ร่วมขับเคลื่อนเรือไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารในกรุงเทพมหานคร

 

 

   'กรุงเทพธนาคม' ร่วมขับเคลื่อนเรือไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารในกรุงเทพมหานคร
   (24 ก.ย.63) ณ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จังหวัดสมุทรปราการ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้เปิดงานวันทางทะเลโลกปี 63 ส่งเสริมอุตสาหกรรมพาณิชยนาวี และการพัฒนาที่ยั่งยืนของการขนส่งทางทะเล ขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยมีนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี
   โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมงานวันทะเลโลกประจำปี 2563 และเข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ "การขับเคลื่อนเรือไฟฟ้ากับการขนส่งผู้โดยสารในกรุงเทพและปริมณฑล" โดยทางบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร มีการเดินเรือในคลองภาษีเจริญ และคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อใช้เป็นระบบ Feeder เชื่อมต่อระบบ 'ราง ล้อ เรือ' ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรือในคลองผดุงกรุงเกษมได้มีการทดลองใช้เรือไฟฟ้า 1 ลำมาประมาณเกือบ 2 ปีแล้ว โดยในปัจจุบันมีการประกอบเรือไฟฟ้าเพิ่มอีก 7 ลำ ซึ่งจะนำเข้ามาใช้ในคลองผดุงกรุงเกษมรวมเป็น 8 ลำในเดือนพฤศจิกายน 2563 นี้ โดยเรือมีความจุผู้โดยสารจำนวน 30 ที่นั่ง สามารถเชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีหัวลำโพง และเชื่อมต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือเทเวศน์ ได้
   อนึ่ง กรุงเทพมหานครได้อนุมัติให้สำนักการจราจรและขนส่ง ว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม โดยจัดหาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าพร้อมระบบโซลาร์เซลล์ (ไร้มลพิษทางเสียงและอากาศ) เพื่อให้บริการประชาชนยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง และเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับกรุงเทพฯ ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
 
 

รถไฟฟ้าสายสีทอง ขบวนแรกถึงไทยแล้ว

 

   เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 เวลา 10.30 น. รถไฟฟ้าสายสีทอง รุ่น Bombardier Innovia APM 300 ขบวนแรกของประเทศไทย ได้เดินทางมาถึง ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นที่เรียบร้อย โดยมีนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) และนายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับขบวนรถไฟฟ้า ณ ท่าเรือ เอ 2 ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

   นายมานิต เตชอภิโชค กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรองที่กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งแบ่งดำเนินการในระยะที่ 1 มีจำนวน 3 สถานี คือ สถานีกรุงธนบุรี สถานีเจริญนคร และสถานีคลองสาน ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่มีการพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ขณะนี้มีความก้าวหน้าในภาพรวม 89 % โดยในส่วนของการก่อสร้างงานโยธา คืบหน้า 94.42 % ส่วนงานระบบเดินรถ คืบหน้า 81 % เนื่องจากมีอุปกรณ์ที่ต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศเกิดความล่าช้าจากผลกระทบโรคระบาดโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้สถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายจึงสามารถเดินหน้างานในการทำงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณทีมงานทุก ๆ ส่วนของโครงการ รวมทั้งสำนักการจราจร และขนส่ง เจ้าของโครงการ สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกรมทางหลวงชนบทเจ้าของพื้นที่ สน.พื้นที่ รวมทั้งสำนักสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้การเร่งรัดงานเป็นไปด้วยดี ทำให้สามารถเปิดเดินรถได้ภายในปี 2563 โดยยังคงเป้าหมายเดิมคือในเดือนตุลาคม นี้ โดยอัตราค่าโดยสารตามที่ศึกษาไว้คือ จัดเก็บที่ 15 บาทตลอดสาย คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร ในปีแรกที่เปิดให้บริการ ที่ 42,260 เที่ยว-คน/วัน

   นายมานิต กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ถือเป็น Feeder (ระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง) ที่ใช้รูปแบบรถที่มีขนาดกะทัดรัด โดยเลือกใช้รถไฟฟ้า AGT หรือ APM (ระบบขนส่งมวลชนแบบนำทางอัตโนมัติ) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีความเหมาะสมกับพื้นที่และเป็น Feeder (ระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง) ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนในทุกโหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบรางสายหลักของรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยเชื่อมต่อกัน ที่สถานีกรุงธนบุรี ผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีทองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้รถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ย่านคลองสานรวมทั้งเชื่อมต่อการเดินทางในเส้นทางเดินเรือแม่น้ำเจ้าพระยา และในอนาคตยังเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-ราษฎร์บูรณะ และรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ อีกด้วย ทั้งนี้โครงการนี้ไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่รัฐ มีลักษณะคล้ายกับการดำเนินการระบบขนส่งมวลชนบางเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น

   นายสุมิตร ศรีสันติธรรม กล่าวว่า ในนามบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้รับว่าจ้างในการจัดหาขบวนรถ รวมถึงการเดินรถ และซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 30 ปี จากบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด โดยรถไฟฟ้าที่รับมอบในครั้งนี้ เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 ผลิตที่เมืองอู่หู มณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟฟ้าเดินทางมาถึงประเทศไทย บริษัทฯ จะนำขบวนรถไฟฟ้าไปยังโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุงที่สถานีกรุงธนบุรี สำหรับรถไฟฟ้ารุ่นดังกล่าว มีความพิเศษคือ เป็นรถไฟฟ้ารูปแบบไร้คนขับ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยใช้รางนำทาง สามารถจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ และ1 ขบวนสามารถจุผู้โดยสาร 276 คน/ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 4,200 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร น้ำหนัก 16,300 กิโลกรัม ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำ ความเร็วการทำงานสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉินระบบจะทำการหยุดรถอัตโนมัติ และมีรถมารับผู้โดยสารทันที

   นายสุมิตร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัทฯ ได้รับมอบแล้วจำนวน 1 ขบวน เหลืออีก 2 ขบวนที่จะทยอยเดินทางมาภายในเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับขบวนรถที่ใช้ในระบบรถไฟฟ้าสายสีทองนั้นมีทั้งหมด 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ใช้รับส่งผู้โดยสารจำนวน 2 ขบวน และสำรองไว้ในระบบ 1 ขบวน สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทองถือเป็นรถไฟฟ้าสายสำคัญ โดยเส้นทางจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ไอคอนสยาม ล้ง 1919 เป็นต้น ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าสู่สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครได้ดียิ่งขึ้น

 


 

รถไฟฟ้าล้อยางไร้คนขับขบวนแรกถึงไทย 10 มิ.ย.นี้ พร้อมนำขึ้นโรงจอดลอยฟ้าสถานีกรุงธนบุรี
ความคืบหน้าโครงการภาพรวม 88% เปิดให้บริการประชาชนภายใน ต.ค.นี้

 

   เมื่อวันที่ 28 พ.ค.63 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทองช่วง สถานีกรุงธนบุรี-สถานีสำนักงานเขตคลองสาน (รถไฟฟ้าสายสีทอง) ว่า หลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กำหนดการจัดส่งขบวนรถไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองต้องเลื่อนจากเดือนเมษายน 2563ที่กำหนดไว้เดิม ล่าสุดขณะนี้ทางบริษัทผู้ผลิตในจีน ได้จัดส่งขบวนรถไฟฟ้าในเส้นทางดังกล่าวมาแล้ว โดยขบวนรถจะมาถึงไทย ในวันที่ 10 มิถุนายน 2563 นี้ โดยจัดส่งมาก่อน 1 ขบวนมี 2 ตู้โดยสาร จากจำนวนที่จัดซื้อทั้งหมด 3 ขบวน โดยขบวนที่เหลือจะจัดส่งมาภายหลัง

   นายมานิต กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง จะใช้รถ รุ่น Bombardier Innovia APM 300 ซึ่งผลิตจากเมืองอู่หู มณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อรถมาถึงและผ่านพิธีการทางศุลกากรแล้วจากนั้นจะมีการนำขบวนรถไฟฟ้ายกขึ้นสู่โรงจอดและซ่อมบำรุงที่สถานีกรุงธนบุรี เพื่อเตรียมการทดสอบระบบในช่วงเดือน มิถุนายนถึงกันยายน และทดสอบการเดินรถเสมือนจริง (Trial Running) ในเดือนกันยายน ก่อนเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 นี้ซึ่งกำลังเร่งรัดงานในส่วนที่ล่าช้าจากผลกระทบโควิด-19

   “สำหรับรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 มีความพิเศษคือ เป็นระบบที่ใช้เป็นรถไฟฟ้ารูปแบบไร้คนขับโดยใช้รางนำทาง มีผิวสัมผัสระหว่างล้อและทางวิ่งเป็นยาง ซึ่งจะทำให้เกิดความนุ่มนวลและก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำ ความเร็วการทำงานสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขบวนรถที่ใช้ในระบบมีทั้งหมด 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ โดยใช้รับส่งผู้โดยสารจำนวน 2 ขบวน และสำรองไว้ในระบบ 1 ขบวน ความจุผู้โดยสาร 137 คน/ขบวน รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร น้ำหนัก 16,300 กิโลกรัม”

   นายมานิต กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับความคืบหน้างานก่อสร้างโรงจอดและซ่อมบำรุง รวมถึงสถานีกรุงธนบุรี (G1) สถานีเจริญนคร (G2) และสถานีคลองสาน (G3) ความก้าวหน้าภาพรวม 88 % แบ่งออกเป็นความก้าวหน้างานโยธา 93% และความก้าวหน้างานระบบการเดินรถ 81%

   ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่และการท่องเที่ยวย่านฝั่งธนบุรี โดยจะมีสวนพระปกเกล้าสกายปาร์ค แลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ และโครงการยังเชื่อมต่อการเดินทางของเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

 


 

พวกเรา 'กรุงเทพธนาคม' พร้อมเคียงข้างทีมแพทย์-พยาบาล จัดการไวรัส COVID-19 เพื่อคุณ และประชาชน

 

   พวกเรา 'กรุงเทพธนาคม' พร้อมเคียงข้างทีมแพทย์-พยาบาล จัดการไวรัส COVID-19 เพื่อคุณ และประชาชน

   บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้ดำเนินการเก็บขนและกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขอส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์และพยาบาลในการรักษาผู้ป่วยจากไวรัส COVID-19 รวมถึงประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ส่วนพวกเราจะคอยทำหน้าที่เก็บขน และกำจัดขยะติดเชื้อ รวมถึงขยะติดเชื้อจากไวรัส COVID-19 อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ทีมแพทย์-พยาบาล และประชาชนปลอดภัยจากเชื้อไวรัส ด้วยมาตรการในการเก็บขนและกำจัดมูลฝอยติดเชื้ออย่างรัดกุมในทุกขั้นตอน ในระหว่างทางการเก็บขน และการกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยติดเชื้ออ่อนนุช และที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยติดหนองแขม ของกรุงเทพมหานคร

 


 

 

รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ส่วนต่อขยายจากสถานี ม.เกษตรศาสตร์-วัดพระศรีมหาธาตุ
จำนวน 4 สถานี คืบหน้าแล้วกว่า 80% เตรียมทดสอบเดินช่วงเดือนเมษายนนี้
ก่อนเปิดให้บริการช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

 

   รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ส่วนต่อขยายจากสถานี ม.เกษตรศาสตร์-วัดพระศรีมหาธาตุ จำนวน 4 สถานี คืบหน้าแล้วกว่า 80% เตรียมทดสอบเดินช่วงเดือนเมษายนนี้ ก่อนเปิดให้บริการช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

   เมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ปัจจุบันมีความคืบหน้าของงานติดตั้งระบบเดินรถทั้งโครงการอยู่ที่ ร้อยละ 70 โดยในส่วนต่อขยายจากสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ – สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ จำนวน 4 สถานี คือ สถานีกรมป่าไม้ สถานีบางบัว สถานีกรมทหารราบที่11 และสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร ขณะนี้แล้วเสร็จประมาณ ร้อยละ 80 ซึ่งจะทดลองเดินรถเสมือนจริง ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการประชาชนในช่วงต้นเดือน มิถุนายน 2563

   อย่างไรก็ตามหลังจากที่กรุงเทพมหานครได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ต่อเนื่องจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว - สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยในวันทำการปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 100,262 คน/วันคาดว่าเมื่อขยายเส้นทางให้บริการถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คนต่อวัน เนื่องจากมีทั้งสถานที่ราชการ สำนักงานเขต หน่วยงานทหาร สถานศึกษาหลายแห่ง รวมทั้งเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีมหาธาตุฯ ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่ต้องเดินทางในบริเวณนี้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรในถนนพหลโยธิน และบริเวณวงเวียนหลักสี่ได้เป็นอย่างดี

   ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมทั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล และด้านบุคลากรได้แก่ เจ้าหน้าที่สถานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และอื่นๆ รวม 100 กว่าอัตรา ในการให้บริการผู้โดยสาร พร้อมจัดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการให้บริการ ด้านความปลอดภัย รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการไปสถานีวัดพระศรีมหาธาตุในเดือนมิถุนายน 2563 และสถานีคูคต ภายในปี 2563 นี้ สำหรับจำนวนขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัทฯให้บริการในระบบปัจจุบันมีทั้งสิ้น 79 ขบวน โดยมีขบวนรถใหม่จากบริษัทซีเมนส์ จำกัด และ บริษัท ซีอาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล ที่บริษัทได้จัดซื้อเพิ่มเติมมาอีก 46 ขบวน โดยขณะนี้ได้รับมอบแล้วจำนวน 40 ขบวน เหลืออีก 6 ขบวน จะส่งมอบแล้วเสร็จภายในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีขบวนรถไฟฟ้าที่สามารถรองรับการให้บริการ รวมทั้งสิ้น 98 ขบวน ที่จะพร้อมรองรับการให้บริการแก่ผู้โดยสาร ตลอดเส้นทางทั้งหมด 68.25 กิโลเมตร เป็นเวลาอีกหลายปี

   นายสุรพงษ์ เปิดเผยต่อว่า สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (สายสีเขียว) เป็นสถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อ (InterChanged Station) และเป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ตัวสถานีจึงออกแบบให้สามารถรองรับผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนเส้นทางโดยใช้บัตรใบเดียวในการเดินทาง ในรูปแบบระบบ Paid to Paid ผู้โดยสารไม่ต้องออกนอกระบบสามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว ร้อยละ 52 โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จเปิดให้บริการประชาชนได้ภายในปี 2564 นี้ ซึ่งเมื่อรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายเปิดให้บริการเต็มรูปแบบจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลโดยเฉพาะด้านทิศเหนือได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 



 

“กรุงเทพธนาคม” เผย เปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวห้าแยกลาดพร้าว-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ไม่ถึงเดือน ผู้โดยสารพุ่งทะลุ 1 แสนเที่ยว/วัน

 

   “กรุงเทพธนาคม” เผย เปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวห้าแยกลาดพร้าว-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ถึงเดือน ผู้โดยสารพุ่งทะลุ 1 แสนเที่ยว/วันแล้ว ขณะที่ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยในวันทำการกว่า 7.9 หมื่นเที่ยวต่อวัน เตรียมพร้อมดูแลประชาชนท่องเที่ยวคืนเคาท์ดาวน์ ด้านการก่อสร้างถึงคูคตคืบหน้าตามแผน พร้อมยืนยัน ใช้ชื่อ “สถานีบางบัว” แทน “สถานีศรีปทุม”

   เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยความคืบหน้าการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังจากที่เปิดบริการเพิ่มเติม ว่า หลังจากที่กรุงเทพมหานครได้เปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ช่วงตั้งแต่สถานีห้าแยกลาดพร้าว – สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวม 4 สถานี ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2562 ซึ่งจากการเปิดให้บริการในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาพบว่า มีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นจำนวนมากตามที่คาดการณ์ไว้ สืบเนื่องจากในเส้นทางมีอาคารสำนักงานจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งผู้โดยสารในวันทำการเฉลี่ยถึง 24,322 เที่ยว/วัน สูงเป็นอันดับสองรองจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ที่มีผู้โดยสารเฉลี่ย 31,476 เที่ยว/วัน

   ทั้งนี้จากการเก็บสถิติผู้โดยสารในช่วงสถานีห้าแยกลาดพร้าว – สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวม 5 สถานี พบว่า ตั้งแต่เปิดให้บริการวันที่ 4 ธันวาคม – 24 ธันวาคม 2562 มีผู้โดยสารเฉลี่ยในวันทำการ อยู่ที่ 79,202 เที่ยว/วัน โดยปรากฏว่า ในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2562 มีปริมาณผู้โดยสารมากที่สุด ที่ 110,705 เที่ยว รองลงมาเป็นวันที่ 24 ธันวาคม 2562 ผู้โดยสารรวม 99,458 เที่ยว และวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ผู้โดยสารรวม 98,409 เที่ยว

   อย่างไรก็ตามคาดว่าในวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 31 ธันวาคม 2562 นี้ซึ่งได้ขยายเวลาเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น.คาดว่าจะมีการเดินทางของประชาชนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวเคาท์ดาวน์และสวดมนต์ข้ามปีในจุดจัดงานใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งทางบีทีเอสได้เตรียมความพร้อมรองรับทั้งการเพิ่มความถี่ของขบวนรถและจัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะเพิ่มจุดจำหน่ายตั๋วในสถานีที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นด้วย

   นายมานิต กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการก่อสร้างช่วงที่เหลือจากสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ – สถานีคูคต การดำเนินการเป็นไปตามแผนโดยจะพร้อมเปิดให้บริการครบตลอดทั้งเส้นทางได้ภายในปลายปี 2563 แน่นอนทั้งนี้ในส่วนของ “สถานีศรีปทุม” ที่มีการเรียกร้องจากชุมชนและประชาชนที่อยู่อาศัยในย่านสถานีขอให้มีการเปลี่ยนชื่อจาก สถานีศรีปทุม เป็น สถานีบางบัว ตามเดิมที่ได้มีการกำหนดมาตั้งแต่แรกนั้น หลังจากที่ได้รับมอบโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทางกรุงเทพมหานคร ได้พิจารณากรณีดังกล่าว และได้ข้อสรุปในการกำหนดให้ใช้ชื่อ “สถานีบางบัว” ให้สัมพันธ์กับย่านซึ่งเป็นที่ตั้งชุมชนและชื่อเรียกสถานที่ที่ประชาชนคุ้นเคยมาแต่ดั้งเดิมในพื้นที่ ซึ่งมีทั้ง คลองบางบัว ชุมชนบางบัว วัดบางบัว

   โดยทางกรุงเทพมหานครได้ยืนยันชื่อสถานีในส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ทั้ง 16 สถานีไปยังสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยชื่อสถานีตามลำดับดังนี้ สถานีห้าแยกลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน 24, สถานีรัชโยธิน, สถานีเสนานิคม, สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถานีกรมป่าไม้, สถานีบางบัว, สถานีกรมทหารราบที่ 11, สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ, สถานีพหลโยธิน 59, สถานีสายหยุด, สถานีสะพานใหม่, สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช, สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ, สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต.

 

 


 

พิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
เพิ่มเติมจำนวน 4 สถานี จากสถานีห้าแยกลาดพร้าว-สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

  เปิดทดลองวิ่งแล้ว BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว - สถานี ม.เกษตร ให้บริการฟรีถึง 2 ม.ค.63

  (4 ธ.ค.62) เวลา 11.00 น. ณ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว เขตจตุจักร : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เพิ่มเติมจำนวน 4 สถานี จากสถานีห้าแยกลาดพร้าว-สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้บริหารบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมในพิธีเปิด โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารโดยสารรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการอย่างเป็นทางการ

  โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต- สะพานใหม่- คูคต เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบนส่งมวลชนทางรางตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561- พ.ศ.2580) ของรัฐบาล ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้าง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยได้เริ่มก่อสร้างในปี 2558 ส่วนกรุงเทพมหานครดำเนินงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตามมติของคณะกรรมการจัดการระบบจราจรทางบกเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.58 เรื่องการมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริง-สมุทรปราการและช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ปัจจุบันการก่อสร้างงานโยธาเพิ่มเติมแล้วเสร็จเกือบ 100% จำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) อยู่ระหว่างการทดสอบระบบรถไฟฟ้าและเก็บรายละเอียดเพียงเล็กน้อย สามารถเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เพิ่มเติมจำนวน 4 สถานี (สถานีห้าแยกลาดพร้าว-สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) โดยจะให้บริการฟรีไม่เก็บค่าโดยสาร จนถึงวันที่ 2 ม.ค.63

  สำหรับรูปแบบการเดินรถ แบ่งระยะเวลาการให้บริการเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak) เช้าและเย็น ตั้งแต่เวลา 07.00 - 09.00 น. และตั้งแต่เวลา 16.30 - 20.00 น. สำหรับช่วงเวลาเร่งด่วน จะให้บริการเดินรถตั้งแต่สถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) ไปตามเส้นทางสายสุขุมวิทจนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) แล้วกลับรถวิ่งให้บริการในเส้นทางเดิมไปจนถึงเคหะสมุทรปราการ (E23) ซึ่งจะวิ่งสลับแบบ 1 ต่อ 1 กับขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการในเส้นทางสถานีหมอชิต (N8) ถึงสถานีสำโรง (E15) ส่วนนอกเวลาเร่งด่วน และวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) จะให้บริการตั้งแต่สถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) ไปตามเส้นทางสายสุขุมวิทจนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) แล้วกลับรถวิ่งให้บริการในเส้นทางเดิมไปจนถึงเคหะสมุทรปราการ (E23) คาดว่ามีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 100,000 เที่ยวคนต่อวัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการ สถานศึกษา ศูนย์การค้า และย่านที่พักอาศัยหนาแน่น และหากเปิดเดินรถเต็มระบบจากสถานีหมอชิตถึงสถานีปลายทางคูคต ในช่วงปลายปี 2563 คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารมากกว่า 200,000 เที่ยวคนต่อวัน

  อนึ่ง สำหรับลักษณะโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 19 กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ที่สถานีหมอชิต ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่านแยกรัชโยธิน แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปจนถึงบริเวณแยกหลักสี่และเบี่ยงออกด้านขวาเลียบไปตามขอบอุโมงค์ลอดแยกหลักสี่ และเบี่ยงเข้าสู่เกาะกลางดังเดิม ไปจนถึงบริเวณสะพานใหม่หน้าตลาดยิ่งเจริญ โดยเมื่อถึงประมาณกิโลเมตรที่ 25 ของถนนพหลโยธิน แนวเส้นทาง จะเบี่ยงไปทางด้านทิศตะวันออก (ด้านเหนือของพื้นที่ประตูกรุงเทพฯ) ข้ามคลองสอง ผ่านบริเวณด้านข้างของสถานีตำรวจภูธรคูคต เข้าสู่บริเวณเกาะกลางของถนนลำลูกกา และสิ้นสุดที่บริเวณคลองสอง (บริเวณสถานีคูคต) ประกอบด้วย 16 สถานี ได้แก่ สถานีห้าแยกลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน 24, สถานีรัชโยธิน, สถานีเสนานิคม, สถานี ม.เกษตรศาสตร์, สถานีกรมป่าไม้, สถานีบางบัว, สถานีกรมทหารราบที่ 11, สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ, สถานีพหลโยธิน 59, สถานีสายหยุด, สถานีสะพานใหม่, สถานี รพ.ภูมิพลอดุลยเดช, สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ, สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า (Depot) จำนวน 1 แห่ง และอาคารจอดแล้วจร (Park&Ride) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่บริเวณถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 25 ที่สามารถจอดรถได้ถึง 1,042 คัน และบริเวณใกล้กับสถานีตำรวจภูธรคูคต ซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ 713 คัน

  สำหรับรูปแบบเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดสายมีแนวเส้นทางต่อขยายจากโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครที่สถานีหมอชิตวิ่งไปตามถนนพหลโยธิน เข้าสู่ถนนลำลูกกาและสิ้นสุดที่บริเวณตำบลคูคต อำเภอลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี ระยะทางรวม 19 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 16 สถานี โดยรูปแบบสถานีรถไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้น 1 ระดับดิน เป็นทางขึ้น-ลง 4 แห่ง ชั้น 2 เป็นชั้นออกบัตรโดยสาร และชั้น 3 เป็นชานชาลาสำหรับรับส่งผู้โดยสาร ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น บันได บันไดเลื่อน ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำ ทางลาดสำหรับผู้พิการ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักการออกแบบอารยสถาปัตย์ Universal design เพื่อให้ผู้โดยสารทุกกลุ่มเข้าถึงการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า 1 แห่ง ตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีคูคต และมีอาคารจอดแล้วจรจำนวน 2 แห่งที่บริเวณสถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต พร้อมทั้งมีจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆเช่นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีห้าแยกลาดพร้าวและจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ เป็นต้น

  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเร่งดำเนินการและประสานความร่วมมือกับ รฟม. ทุกๆด้านต่อไป เพื่อให้สามารถเปิดบริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต- สะพานใหม่- คูคต ตลอดทั้งโครงการได้โดยเร็ว เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง รวมทั้งยกระดับคุณภาพการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

 

 ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจความพร้อมเดินรถไฟฟ้า สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ก่อนเปิดให้บริการ 4 ธ.ค.นี้

 

    (28 พ.ย.62) เวลา 15.00 น. ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว เขตจตุจักร : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและตรวจสอบความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และผู้บริหารบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BTSC ร่วมตรวจเยี่ยม

    กรุงเทพมหานครพร้อมด้วย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (บีทีเอส) ร่วมตรวจความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต โดยจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการผู้โดยสาร ได้แก่ บันไดเลื่อน กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ประกอบด้วย ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ พื้นผิวสัมผัสสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ทางลาดรถเข็นสำหรับผู้พิการ ราวจับสำหรับผู้พิการ รวมถึงจุดเว้าเพื่อจอดรถรับ-ส่ง ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จเกือบ 100 % ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเดินระบบรถไฟฟ้าและเก็บรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ที่ผ่านมาบีทีเอส ได้ดำเนินการทดลองเดินรถเปล่าเพื่อทดสอบระบบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 เดือน ทั้งนี้ การเปิดทดลองจะให้บริการฟรีไม่เก็บค่าโดยสารจนถึงวันที่ 2 ม.ค.63 ส่วนอัตราค่าโดยสารยังไม่ได้กำหนด จนกว่าการหารือเรื่องสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าระหว่างกรุงเทพมหานคร และบีทีเอสจะแล้วเสร็จ โดยกำหนดเพดานอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าตลอดสายสูงสุดไม่เกิน 65 บาท

    สำหรับรูปแบบการเดินรถ แบ่งระยะเวลาการให้บริการเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak) ในตอนเช้า ตั้งแต่เวลา 07.00 - 09.00 น. และในตอนเย็น ตั้งแต่เวลา 16.30 - 20.00 น. โดยในช่วงเวลาเร่งด่วน จะให้บริการเดินรถตั้งแต่สถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) ไปตามเส้นทางสายสุขุมวิทจนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) แล้วกลับรถวิ่งให้บริการในเส้นทางเดิมไปจนถึงเคหะสมุทรปราการ (E23) ซึ่งจะวิ่งสลับแบบ 1 ต่อ 1 กับขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการในเส้นทางสถานีหมอชิต (N8) ถึงสถานีสำโรง (E15) ส่วนนอกเวลาเร่งด่วน และวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์) จะให้บริการตั้งแต่สถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) ไปตามเส้นทางสายสุขุมวิทจนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) แล้วกลับรถวิ่งให้บริการในเส้นทางเดิมไปจนถึงเคหะสมุทรปราการ (E23)

    อนึ่ง สำหรับลักษณะโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 19 กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ที่สถานีหมอชิต ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่านแยกรัชโยธิน แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปจนถึงบริเวณแยกหลักสี่และเบี่ยงออกด้านขวาเลียบไปตามขอบอุโมงค์ลอดแยกหลักสี่ และเบี่ยงเข้าสู่เกาะกลางดังเดิม ไปจนถึงบริเวณสะพานใหม่หน้าตลาดยิ่งเจริญ โดยเมื่อถึงประมาณกิโลเมตรที่ 25 ของถนนพหลโยธิน แนวเส้นทาง จะเบี่ยงไปทางด้านทิศตะวันออก (ด้านเหนือของพื้นที่ประตูกรุงเทพฯ) ข้ามคลองสอง ผ่านบริเวณด้านข้างของสถานีตำรวจภูธรคูคต เข้าสู่บริเวณเกาะกลางของถนนลำลูกกา และสิ้นสุดที่บริเวณคลองสอง (บริเวณสถานีคูคต) ประกอบด้วย 16 สถานี ได้แก่ สถานีห้าแยกลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน 24, สถานีรัชโยธิน, สถานีเสนานิคม, สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถานีกรมป่าไม้, สถานีบางบัว, สถานีกรมทหารราบที่ 11, สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ, สถานีพหลโยธิน 59, สถานีสายหยุด, สถานีสะพานใหม่, สถานี รพ.ภูมิพลอดุลยเดช, สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ, สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต ทั้งนี้ คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการตลอดเส้นทางเดือนธ.ค.63 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดเปิดให้บริการในเดือนก.ค.64

 

 


 

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 กรุงเทพธนาคม เผย ครบกำหนดขยายเวลายื่นความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสาร มีผู้สนใจรวม 13 ราย เตรียมสรุปข้อมูลก่อนเสนอกสทช. ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อกำหนดอัตราค่าเช่าท่อต่อไป



     นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้ขยายเวลายื่นเอกสาร แจ้งความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในลักษณะของ “ไมโครดัก”ของทางบริษัทฯเพิ่มเติมถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2562 หลังจากที่การเปิดให้แจ้งความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารรอบแรก ที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 มีผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสารซึ่งทางบริษัทฯได้พิจารณาขยายเวลาให้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายอย่างเต็มที่นั้น

     ผลปรากฎว่าเมื่อครบกำหนดในการขยายเวลาครั้งนี้ มีผู้ประกอบการ ที่ยื่นความประสงค์ใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของบริษัทฯเพิ่มเติม จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด 2.บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด 3.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด 4.บริษัท แอมเน็กซ์ จำกัด และ5.บริษัท กสทโทรคมนาคมจำกัด (มหาชน)

     ดังนั้นเมื่อรวมกับผู้ประกอบการที่ได้ยื่นความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ในรอบแรก ที่มีจำนวน 8 ราย คือ 1.บริษัท เคเบิลคอนเนค จำกัด 2.บริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด 3.บริษัท อินฟอเมชั่น ไฮเวย์ จำกัด 4. บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ 8.บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) รวมแล้วมีจำนวนผู้ที่ยื่นความต้องการใช้ท่อทั้งหมด 13 ราย

     นายมานิตกล่าวต่อด้วยว่า "หลังจากนี้จะต้องนำข้อมูลที่ทางผู้ประกอบการยื่น มาสรุปเป็นความต้องการใช้ท่อที่จะใช้ในแต่ละเส้นทางแต่ละโซนว่าจะมีความต้องการใช้จริงจำนวนกี่ท่อและนำมาใช้ในการประเมินต้นทุนการก่อสร้าง ซึ่งจะสะท้อนออกมาเป็นอัตราอ้างอิงค่าเช่าท่อจริงที่ทางบริษัทฯจะเสนอไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พิจารณาอีกครั้ง

     ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดเสนอได้ภายในเดือนตุลาคม ซึ่งกสทช.จะเป็นผู้พิจารณาอัตราค่าเช่าท่อร้อยสายสื่อสาร ตามประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้องของกสทช.ต่อไป

     อย่างไรก็ตาม กรุงเทพธนาคมยังเปิดรับข้อมูลความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารจากผู้ประกอบการรายอื่น ที่อาจมีความต้องการใช้ในอนาคต นอกจากนั้นแล้วกรุงเทพธนาคมได้ศึกษาแนวทางสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยอื่นๆ ที่อาจมีความต้องการเพิ่มเติมเช่นกัน ดังนั้นหากมีผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ท่อร้อยสายเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งความต้องการเพิ่มได้ตลอดเวลา” นายมานิต กล่าวในที่สุด


 

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 “กรุงเทพธนาคม” เผย เปิดเดินรถบีทีเอส 1 ถึงสถานีห้าแยกลาดพร้าว 2 เดือน ผู้โดยสารทะลุ 35,000 คนต่อวันแล้ว คาดเปิดถึงม.เกษตรฯ 5 ธ.ค.นี้ ยอดผู้โดยสารอาจพุ่งแตะ 100,000 คนต่อวัน เนื่องจากในเส้นทางมีอาคารสำนักงานและสถานที่ราชการหลายแห่ง ยืนยันความพร้อมกลางเดือนนี้ได้เห็นรถขบวนเปล่าวิ่งบนรางถึงม.เกษตรฯแน่นอน


     นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังจากที่เปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายสายสีเขียว ส่วนเหนือจากหมอชิต – ห้าแยกลาดพร้าว 1 สถานี ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา โดยให้บริการฟรียังไม่มีการเก็บค่าโดยสาร จากสถิติพบว่า ขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา หรือเกือบ 2 เดือนหลังจากเปิดให้บริการพบว่า มีผู้โดยสารเฉลี่ยสูงสุดที่วันละ 35,002 คน โดยช่วงเวลาที่ผู้โดยสารเดินทางสูงสุดคือ ในช่วง 07.00 – 09.00 น.


     ทั้งนี้ในส่วนของความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมขยายการเดินรถจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว เพิ่มอีก 4 สถานีประกอบด้วย สถานีพหลโยธิน 24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และ สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) ขณะนี้การทดสอบเดินรถเป็นไปตามแผน โดยจะเริ่มเห็นขบวนรถเปล่าขึ้นวิ่งบนรางไปจนถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้แน่นอน และพร้อมจะเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร โดยคาดการณ์ว่าการขยายเส้นทางเดินรถเพิ่มถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะส่งผลให้มีผู้โดยสารใช้งานเพิ่มขึ้น อาจถึง 100,000 คน/วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการ และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่ง อย่างไรก็ตามเป็นตัวเลขคาดการณ์ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารตามที่ได้ศึกษาไว้จะเป็นตัวเลขจำนวนผู้โดยสารเมื่อเปิดเดินรถเต็มระบบจากหมอชิตถึงสถานีปลายทางที่คูคต ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารมากกว่า 200,000 คนต่อวัน

 

     “สำหรับแนวทางในการให้บริการประชาชนนั้น จะใช้รูปแบบเดียวกับการเปิดเดินรถสถานีห้าแยกลาดพร้าว คือ ในช่วงเวลาเร่งด่วน 07.00-09.00 น. และเวลา 16.30 – 20.00 น. ขบวนรถจะวิ่งถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สลับขบวนกับที่มาถึงสถานีหมอชิต และช่วงเวลานอกเร่งด่วน จะวิ่งถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทุกขบวน” นายมานิต กล่าว.