...ข่าวบริษัท... (ที่ผ่านมา)

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุมแนวทางการจัดทำกฎบัตรกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

     KT ร่วมประชุมแนวทางการจัดทำกฎบัตร ในการพัฒนาเมืองหรือชุมชนย่านต่าง ๆ ของกทม. นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมประชุมแนวทางการจัดทำกฎบัตรกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดย นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อจัดทำกฎบัตรในการพัฒนาเมืองหรือชุมชนย่านต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน และภาคประชาชน 

     ในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยทุกภาคส่วนจะร่วมกันลงนามในกฎบัตรการพัฒนาเมืองหรือย่านชุมชน เพื่อการนำแผนการพัฒนาที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันไปสู่การปฏิบัติหรือให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาเมืองหรือย่านชุมชน เพื่อยกระดับเมืองหรือย่านชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


 

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงตอบ กรณีข้อห่วงใยของนักวิชาการและสื่อมวลชน ต่อโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ของกรุงเทพมหานคร

     โครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงดินไม่มีการผูกขาดหรือให้สัมปทานกับเอกชนรายใดรายหนึ่ง (31ก.ค.62) ที่สำนักงานกสทช. นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงตอบกรณีข้อห่วงใยของนักวิชาการและสื่อมวลชนต่อโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของกรุงเทพมหานคร ที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน อัตราค่าบริการ การให้บริษัทเอกชนใช้บริการท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินเป็นเวลา 30 ปี รวมถึงโครงการที่อาจทับซ้อนกับผู้ให้บริการรายอื่น

     ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 นั้นไม่มีการผูกขาดหรือให้สัมปทานกับผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่ง การสรรหาผู้ใช้บริการได้ดำเนินตามขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ไม่ได้มีลักษณะการปกปิด หรือจงใจไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยมีการประกาศผ่านทางหนังสือพิมพ์ต่างๆเว็บไซต์ของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รวมถึงเปิดให้ลงชื่อแสดงเจตจำนงในการยื่นข้อเสนอใช้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งมีผู้แสดงเจตจำนง 9 ราย

     จากนั้นได้ส่งหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง จำนวน 16 ราย รวมเป็น 25 ราย และมีผู้รับเอกสารเชิญชวนทั้งสิ้น16 ราย แต่มีผู้ยื่นข้อเสนอ 1 ราย แต่ยังไม่ได้มีการลงนาม หรือดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ รูปแบบการดำเนินโครงการเป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งผู้ใช้บริการความจุ มีสถานะเป็นลูกค้าเท่านั้น ไม่ได้มีการให้สัมปทาน หรือมีการโอนสิทธิ์แต่อย่างใด ในการนี้บริษัทกรุงเทพธนาคมดำเนินการจัดทำท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินไว้เพียงพอ พร้อมให้ผู้ประกอบการทุกรายที่มีความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน แสดงเจตจำนง และแจ้งปริมาณความต้องการ เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน

     และขอย้ำว่าบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นเจ้าของโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน และเป็นผู้บริหารจัดการโครงการเองทั้งหมด ไม่ได้มีการมอบสิทธิ์ให้คนอื่นทำจนเป็นการผูกขาดตามที่ปรากฎในข่าว กสทช.เป็นหน่วยงานกำกับดูแลและกำหนดอัตราค่าบริการ การกำหนดอัตราค่าบริการของโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารฯ เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ในการกำกับดูแลและกำหนดราคาโดยตรง ทั้งนี้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดอยู่ในระหว่างการดำเนินการสำรวจ ออกแบบ และทำโครงการนำร่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดราคาตามหลักเกณฑ์ที่กสทช.กำหนด จากนั้นบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดจะนำส่งข้อเสนออ้างอิงการใช้ท่อร้อยสายสื่อสาร เพื่อให้กสทช.พิจารณาอัตราค่าตอบแทนการใช้ท่อร้อยสายสื่อสาร ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้ การลงทุน และการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน หรือกับโครงสร้างพื้นฐานหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้บริการโทรคมนาคมต่อไป การทำสัญญาให้ใช้บริการท่อร้อยสายสื่อสาร 30 ปี

     ในประเด็นที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 จากกสทช.มีกำหนดระยะเวลา 15 ปี มีการเสนอข่าวว่ามีลงนามให้สัมปทาน 30 ปีแก่ผู้ประกอบการบางรายไปแล้วนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการลงนามในสัญญาและไม่ใช่เป็นการให้สัมปทานดังที่อธิบายไปก่อนหน้า แต่เป็นการประกาศเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเสนอรูปแบบการบริการและความต้องการใช้ท่อร้อยสายสื่อสาร โดยการทำสัญญาให้บริการท่อร้อยสายเกิน 15 ปีนั้นสามารถทำได้เนื่องจากผู้รับใบอนุญาตสามารถต่อใบอนุญาตได้อย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังคงให้บริการดังกล่าวอยู่ ท่อร้อยสายกทม.โครงการใหม่ ลงทุนใหม่ คุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน

     การดำเนินโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินของกรุงเทพมหานคร เป็นเทคโนโลยีใหม่ สามารถรองรับการขยายตัวของความต้องการใช้งานในอนาคต ประหยัดพื้นที่ใต้ฟุตบาทเพื่อไม่ให้เกิดการขุดๆ กลบๆ อย่างที่เป็นมาในอดีต สามารถนำสายสื่อสารจำนวนมากลงดินได้ตามเป้าหมายไว้ แก้ไขปัญหารกรุงรัง และเกิดอันตรายกับประชาชนที่สัญจรทั้งบนทางเท้าและถนน ไม่มีการพาดสายผ่านหน้าอาคารริมถนนเพื่อเชื่อมต่อมายังผู้ใช้บริการแก้ปัญหาทัศนอุจาดที่เป็นอยู่ จึงไม่ได้เป็นโครงการซ้ำซ้อนกับโครงการท่อร้อยสายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งท่อของทีโอทีส่วนใหญ่อยู่ใต้ถนนยากต่อการเข้าถึงและซ่อมบำรุง ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจและเข้าใจการปฏิบัติภารกิจของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคมของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งมั่นจริงใจสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนของสังคม


 

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จัดการสัมมนาเชิงปฎิบัติการ เรื่องการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ และให้ความรู้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5

     กรุงเทพธนาคม จัดสัมมนาให้ความรู้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 แก่สถานบริการสาธารณสุข ในกทม.

     วันที่ 27 ก.ค.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จัดการสัมมนาเชิงปฎิบัติการ เรื่องการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความรู้ นโยบายการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร โดยคุณนทีทิพย์ จึงสมประสงค์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฎิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร

     รวมถึงการบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเชิญศาสตราจารย์ ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและกำจัดภัยพิบัติ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มาเป็นผู้ให้ความรู้ เพื่อให้สถานบริการสาธารณสุขได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปปรับใช้ การป้องกัน และช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น


 

เมื่อวันที่ 12 กค. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะในพื้นที่ของกทม.

กรุงเทพธนาคม MOU กฟน. พัฒนากรุงเทพมหานครสู่มหานครอัจฉริยะ วันนี้ (12 กรกฎาคม 2562)

     นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า เพื่อรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ระหว่าง กฟน. กับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ อาคารวัฒนวิภาส กฟน. สำนักงานใหญ่ คลองเตย ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า กฟน. มุ่งมั่นพัฒนาด้านระบบไฟฟ้าที่นำไปสู่การสร้างพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีหน้าที่ดำเนินงานกิจการสาธารณูปโภคที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี

      โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและภาคเอกชนสูงสุด รวมถึงการร่วมดำเนินการศึกษาการใช้ประโยชน์ด้านข้อมูลการใช้พลังงาน ความต้องการด้านการบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้งานในการพัฒนาระบบการบริการด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) เพื่อรองรับการพัฒนากรุงเทพมหานครสู่มหานครอัจฉริยะ (Smart Capital) ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลา การเดินทางของประชาชน พร้อมกับสร้างความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น

     ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านแนวทางความร่วมมือจากบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ประกอบด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินการ การร่วมศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการดำเนินการโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์ และ การสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการฯ อย่างเต็มที่ต่อกัน (Best effort basis) เพื่อให้การดำเนินการโครงการฯ ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งโครงการที่อยู่ในขอบเขตการศึกษาครั้งนี้ ยกตัวอย่างเช่น โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช การพัฒนารูปแบบเรือไฟฟ้าโดยสารเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับเปลี่ยนระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในเส้นทางต่างๆ ให้เป็นระบบไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษในลักษณะ Green Route

     รวมถึงการอำนวยความสะดวกในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทั้งสองหน่วยงานมีอยู่ให้สามารถต่อยอดพัฒนาไปสู่โครงการอื่นๆ ทั้งนี้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ถือเป็นหน่วยงานวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินกิจการสาธารณูปโภคในด้านระบบขนส่งมวลชน สวัสดิการสังคม และสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ รวมทั้งความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงาน ในการร่วมกันพัฒนากรุงเทพมหานคร ซึ่งความร่วมมือกับ กฟน. ครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีในพื้นที่ และนำไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะแห่งมหานครอาเซียน


 

เมื่อวันที่ 11 กค. 62 ‘กรุงเทพธนาคม’ ร่วมพิธีเปิดงาน “InterCare Asia 2019” ยกระดับผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

‘กรุงเทพธนาคม’ ร่วมพิธีเปิดงาน “InterCare Asia 2019” ยกระดับผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

     บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับเชิญร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงสุขภาพสำหรับบุคคลทั่วไปในระดับนานาชาติ ในชื่องาน InterCare Asia 2019 ในวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

     ทั้งนี้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มี "โครงการรถแท็กซี่สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น" (ให้บริการฟรี) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงโอกาสด้านสุขภาพ การมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และเอื้ออำนวยกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในภายภาคหน้า


 

เมื่อวันที่ 8 กค. 62 ทางคณะผู้บริหาร สื่อมวลชน ทดสอบการเดิน รถไฟฟ้าหมอชิต – สะพานใหม่-คูคต โดยจะเปิดเดินรถ 1 สถานี จากสถานี หมอชิตไปยัง สถานีห้าแยกลาดพร้าว ภายในสิงหาคมนี้

"สิงหาคม" นี้ กดปุ่มเดิน รถไฟฟ้าบีทีเอสจาก 'หมอชิต' ไปยัง 'ห้าแยกลาดพร้าว

     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 ที่ สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการฝ่ายวิศวกรรมและก่อสร้าง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมด้วยผู้แทนสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ คณะผู้บริหาร สื่อมวลชน เข้าร่วมทดสอบการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต – สะพานใหม่-คูคต โดยจะเปิดเดินรถ 1 สถานี จากสถานีหมอชิตไปยัง สถานีห้าแยกลาดพร้าว อย่างเป็นทางการภายในสิงหาคมนี้

     นายมานิต เตชอภิโชค กล่าวว่า การเปิดทดลองเดินรถระหว่างสถานีหมอชิต – สถานีห้าแยกลาดพร้าว 1 สถานีในครั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ฝากความมั่นใจให้กับประชาชนว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า กทม.มีความพร้อมในการเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต – สะพานใหม่-คูคต แล้ว โดยจะเปิดให้บริการอย่างทางการภายในเดือน สิงหาคมนี้ โดยไม่เก็บค่าโดยสารจนกว่าจะมีการเจรจาเรื่องสัปทานการเดินรถไฟฟ้าระหว่างกรุงเทพมหานครและบีทีเอส อีกครั้งซึ่งคาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน นี้ ส่วนอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าตลอดสายจะสูงสุดไม่เกิน 65 บาท

     ทั้งนี้ ภายในปลายปี 2562 บีทีเอสจะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าเร็วกว่าแผนที่กำหนด จะช่วยกระจายความแออัดบริเวณสถานีหมอชิต ทำให้ประชาชนได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข กล่าวว่า การทดสอบเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีหมอชิตไปยังสถานีห้าแยกลาดพร้าวนั้น จะเปิดทดลองเดินรถเปล่าเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยหลังจากเปิดให้บริการ 1 สถานีอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมแล้ว คาดว่ามีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 70,000 – 80,000 เที่ยวคนต่อวัน

     ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ 100 % ขณะนี้อยู่ในส่วนการดำเนินงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้า คืบหน้าแล้ว 70-80% ซึ่งจะพร้อมเปิดให้บริการตลอดเส้นทาง ภายในปี 2563 จากแผนเดิมจะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กล่าวว่า ในส่วนรูปแบบการเดินรถ 1 สถานี จะแบ่งระยะเวลา การให้บริการ 2 ช่วง คือ ช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak) เช้าและเย็น ตั้งแต่เวลา 07.00 - 09.00 น. และตั้งแต่เวลา 17.00 -19.00 น. จะเดินรถต่อจากสถานีหมอชิต ไปสถานีห้าแยกลาดพร้าว โดยขบวนรถจะเดินรถรูปแบบขบวนเว้นขบวน คือขบวนหนึ่งวิ่งสิ้นสุดที่ปลายทางหมอชิต อีกขบวนจะวิ่ง ไปยังสถานีห้าแยกลาดพร้าว ส่วนในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off peak) จะให้บริการถึงสถานีห้าแยกลาดพร้าวได้เลย คาดว่าผู้ใช้บริการช่วงแรกจะเป็นผู้โดยสารกลุ่มเดิมที่เมื่อก่อนเคยใช้สถานีหมอชิตซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรบริเวณถนนพหลโยธินได้


 

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 62 'กรุงเทพธนาคม' ชี้ 'โครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงดิน' โปร่งใส ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ผู้ใช้บริการสามารถประกอบกิจการได้ในอัตราที่ กสทช. กำหนด

 

'กรุงเทพธนาคม' ชี้ 'โครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงดิน' โปร่งใส ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

     (26 มิ.ย.62) ที่บริษัท กรุงเทพธนาคมจำกัด เวลา 10.30 น. : ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการสายยุทธศาสตร์และพัฒนาเมือง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด แถลงตอบกรณีข้อห่วงใยของนักวิชาการและสื่อมวลชนต่อโครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินของกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับมูลค่าของโครงการที่มีข้อกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเรียกเก็บค่าบริการในอัตราสูงเกินจริง รวมถึงความโปร่งใสในการสรรหาผู้รับเหมางาน และการสรรหาผู้ใช้บริการความจุหลัก โดยมี บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจในกำกับของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ นั้น

     ขั้นตอนสรรหาผู้รับเหมา EPC ยึดหลักคุณภาพและคุณสมบัติทางเทคนิค ป้องกันการทิ้งงาน
ดร.เอกรินทร์ กล่าวว่า ทันทีที่กทม.มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นเจ้าของโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน และลงทุนเองทั้งหมด โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงมอบหมายงานเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.61 ในเดือนม.ค.62 กรุงเทพธนาคมได้ดำเนินการสรรหางาน EPC หรือการจ้างเหมาทั้งงานออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ การก่อสร้างแบบครบวงจร รวมถึงดำเนินการสรรหาผู้ใช้บริการ สรรหาแหล่งเงินทุน สรรหาที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง และผลักดันการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จทันกำหนด

     สำหรับขั้นตอนดำเนินการสรรหาผู้รับเหมางาน EPC มีผู้รับเอกสารทั้งสิ้น 55 ราย ยื่นข้อเสนอ 8 ราย ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น 3 และผ่านการพิจารณาคัดเลือกเมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 จำนวน 3 ราย ซึ่งในการคัดเลือกนั้นได้มีการคัดกรองคุณภาพเบื้องต้นก่อนจะมีการยื่นข้อเสนอและคัดเลือก โดยเฉพาะคุณสมบัติทางเทคนิค และความมั่นคงทางการเงินของบริษัท เพื่อไม่ให้เกิดการทิ้งงาน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อโครงการฯ ได้ ซึ่งขณะนี้ได้ผู้ชนะงานรับเหมาก่อสร้างทั้ง 4 พื้นที่ของกรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว และพร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อให้แล้วเสร็จทันระยะเวลาที่กำหนด 2 ปี

สรรหาผู้ใช้บริการความจุใหญ่โปร่งใส มีการลงประกาศตามขั้นตอน พร้อมส่งหนังสือเชิญยื่นเสนองาน

     ขณะที่ด้านการสรรหาผู้ใช้บริการความจุใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ใช้บริหารหลัก ได้ดำเนินตามขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ไม่ได้มีลักษณะการปกปิด หรือจงใจไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ จนเป็นเหตุให้มีผู้ยื่นข้อเสนอและผ่านเกณฑ์พิจารณาเพียง 1 ราย ตามที่มีการกล่าวหา โดยมีการประกาศผ่านทางหนังสือพิมพ์ต่างๆ เว็บไซต์ของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รวมถึงเปิดให้ลงชื่อแสดงเจตจำนงในการยื่นข้อเสนอใช้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งมีผู้แสดงเจตจำนง 9 ราย จากนั้นได้ส่งหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง จำนวน 16 ราย รวมเป็น 25 ราย รับเอกสารเชิญชวน 16 ราย แต่มีเพียง 1 ราย ที่ยื่นข้อเสนอ คือ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผ่านเกณฑ์คัดเลือกตามาตรฐานที่กำหนดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.62 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาเรื่องราคา แต่ยังไม่ได้มีการลงนาม หรือดำเนินการใดๆ ตามที่สื่อนำเสนอ

     ทั้งนี้ รูปแบบการดำเนินโครงการไม่เข้าหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และเป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งผู้ใช้บริการความจุ มีสถานะเป็นลูกค้า และผู้ใช้บริการโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของกรุงเทพธนาคม ไม่ได้มีการให้สัมปทาน หรือมีการโอนสิทธิ์แต่อย่างใด
กสทช. เป็นหน่วยงานเดียวที่กำกับดูแลและกำหนดราคาค่าบริการ
ส่วนการกล่าวอ้างตัวเลขค่าบริการราคาสูงถึง 21,000 -27,000 บาท/ซับดัก/กิโลเมตร/เดือน นั้น ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดอัตราค่าบริการ แต่อย่างใด

     เนื่องจากการกำหนดอัตราค่าบริการของโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารฯ เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำกับดูแลและกำหนดราคาโดยตรง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กสทช. จะมีมาตรการสนับสนุน และจูงใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถใช้ท่อร้อยสายสื่อสารได้ในราคาที่เป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ
ขณะเดียวกันกรุงเทพธนาคม และผู้ใช้บริการหลัก ไม่อาจเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการรายอื่นเกินกว่าอัตราที่ กสทช. กำกับและกำหนดได้ ดังนั้นข้อกล่าวหาราคาค่าบริการโครงข่ายท่อร้อยสายของกรุงเทพธนาคม จะแพงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นถึง 3 เท่านั้น ไม่เป็นความจริง


ท่อร้อยสายกทม.โครงการใหม่ ลงทุนใหม่ คุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน

     การดำเนินโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินของกรุงเทพมหานคร เป็นการลงทุนใหม่ คุ้มค่ากว่า และสามารถใช้งานได้ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือ 50 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการ ขุดๆ กลบๆ อย่างที่เคยผ่านมาอีก โดยกรุงเทพธนาคมเลือกใช้เทคโนโลยีไมโครดัก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ รองรับการขยายตัวในอนาคต ประหยัดพื้นที่ใต้ฟุตบาท ไม่ได้เป็นโครงการซ้ำซ้อนกับโครงการท่อร้อยสายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีท่อร้อยสายอยู่เดิม โดยท่อของทีโอทีส่วนใหญ่อยู่ใต้ถนน อีกทั้งปัจจุบันยังไม่สามารถนำสายสื่อสารจำนวนมากลงดินได้ตามเป้าหมาย จนเกิดเป็นปัญหารกรุงรัง และเกิดอันตรายกับประชาชนที่สัญจรทั้งบนทางเท้าและถนน
ส่วนท่อเดิมที่ทีโอที และ CAT มีใช้งานอยู่นั้น กทม.ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ยังสามารถให้ใช้งานต่อได้ จึงไม่ถือเป็นการผูกขาด เพียงแต่กทม.จะดำเนินการวางโครงข่ายท่อร้อยสายใหม่ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำซ้ำซ้อน แต่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับโครงข่ายของกทม.ได้

     ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ กรุงเทพธนาคม จะเปิดให้ทุกบริษัทสามารถเช่าท่อร้อยสายได้อย่างเสมอภาคในราคาที่เป็นธรรม เหมาะสม และยังเหลือเพียงพอที่จะให้บริการกับผู้ใช้บริการรายอื่นที่จะพึงมีในอนาคต ภายใต้การกำหนดราคาของ กสทช. และให้กทม.ได้ร่วมใช้ในกิจการของกทม. โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
ยืนยันทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงถึงประชาชนสูงสุด

     กทม. และ กรุงเทพธนาคม ไม่ใช่องค์กรแสวงผลกำไร และไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่ผลประกอบการเป็นที่ตั้ง พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดสายรกรุงรัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อความสวยงามของเมือง ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล โอกาสนี้ กรุงเทพธนาคม ขอขอบคุณทุกความห่วงใยและข้อวิตกกังวลต่างๆ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการของบริษัทฯ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้กรุงเทพฯ เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ให้ผู้ใช้บริการสามารถประกอบกิจการได้ในอัตราที่ กสทช. กำหนด ส่งผลให้ประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับบริการปลายทาง ได้รับบริการจากโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป


 

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 62 ความพยายามจัดการปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง บทความโดย : นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด

     ความพยายามแก้จัดการปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังมีมานานแค่ไหน ใครควรจะรับผิดชอบ เหตุใดจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ทำไมรัฐบาลจึงมีนโยบายให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ? บทความโดย : นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ

     บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด 
เป็นปัญหาที่เรียกว่าขว้างงูไม่พ้นคอจากอดีตถึงปัจจุบันที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสามารถปักเสาพาดสายสื่อสารเพื่อวางโครงข่ายสื่อสารของตนเองเพื่อให้บริการลูกค้า แต่การดำเนินกิจการที่ขาดจรรยาบรรณและไม่ยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สร้างปัญหาให้กับสาธารณะโดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ที่มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความรกรุงรังของสายสื่อสาร เป็นทัศนอุจาดอันตรายจากการเดินหรือมอเตอร์ไซค์เกี่ยวสายไฟไหม้ ไฟไหม้สายสื่อสาร สายกีดขวางการเติบโตของต้นไม้

     (ต้องคอยโดนตัดกิ่งเพื่อไม่ให้ไปโดนสายไฟสายสื่อสาร) จนดูเป็นความเคยชินและขาดสำนึกที่จะจัดการแก้ไขปัญหา มิหนำซ้ำสายสื่อสารที่ไม่มีการใช้งานก็ไม่ได้รับการปลดออก ผู้ประกอบการบางรายแอบปักเสาพาดสายโดยไม่มีการขออนุญาต ปัญหาไม่ได้เกิดแค่บนเสาเพียงอย่างเดียว บนทางเท้า ใต้ทางเท้าถูกใช้พื้นที่ตั้งตู้อุปกรณ์ ขุดเจาะวางท่ออย่างไร้ระเบียบ ในขณะที่กรุงเทพมหานครในฐานะผู้ดูแลที่สาธารณะมีหน้าที่ได้แค่อนุญาตให้ใช้และกำกับให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น การให้รื้อถอนก็แสนลำบาก เริ่มต้นเจรจากับเจ้าของทรัพย์สินให้ รื้อถอนได้รับความร่วมมือบ้างไม่ร่วมมือบ้าง

     สุดท้ายต้องใช้มาตราการเข้มสุดก็ต้องทำ เช่น การรื้อถอนตู้โทรศัพท์สาธารณะบนทางเท้าที่ไม่มีการใช้งาน เป็นต้น กรุงเทพมหานครเองก็มีหลายส่วนราชการหรือหลายหน่วยงาน กรุงเทพมหานครเองก็มีหลายส่วนราชการหรือหลายหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ทางเท้าและพื้นที่ใต้ทางเท้าร่วมกันเพื่อให้บริการสาธารณะ ลองค่อยๆ นึกภาพดูว่าบนทางเท้ามีอะไรอยู่บ้าง ป้ายรถเมล์ ต้นไม้ ถังขยะป้ายโฆษณา ป้ายจราจร เสาไฟฟ้า เสาไฟแสงสว่าง เสาCCTV อีกสารพัด ส่วนใต้ทางเท้าถูกยึดครองไปด้วยท่อร้อยสายไฟฟ้า ท่อระบายน้ำ ท่อประปา ท่อร้อยสายสื่อสา ร มีทั้งขออนุญาตไม่ขออนุญาต ส่วนใหญ่ไร้พิมพ์เขียว หน่วยงานไหนวางก่อนใช้พื้นที่ก่อนได้เปรียบ วางทีหลังก็ต้องสำรวจสิ่งกรีดขวางใต้ดินหลบหลีกกันไป
การจัดการปัญหาสายสื่อสารบนเสาเพื่อนำลงท่อใต้ดิน ขืนยังให้ผู้ประกอบการแต่ละรายวางท่อร้อยสายสื่อสารด้วยตนเองในทำนองเดียวกันปัญหาใต้ทางเท้าก็ไม่ต่างอะไรกับการให้ตั้งเสาพาด สายสื่อสารกันเองอย่างแน่แท้ และในที่สุดพื้นที่บนทางเท้าและใต้ทางเท้าก็จะถูกนำไปใช้งานแบบขาดจรรยาบรรณในการทำธุรกิจอีกเช่นเคย พื้นที่ไปใช้งานแบบขาดจรรยาบรรณ ในการทำธุรกิจอีกเช่นเคย พื้นที่ที่ควรจะได้รับการบริหารจัดการ ให้ใช้งานกับระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็จะพลอยเสียโอกาสไปด้วย (นี่ยังไม่รวมถึงท่อใต้ดินของบางหน่วยงานที่หมดอายุแล้วหรือไม่ได้ถูกใช้งานแล้วยังคงถูกฝังอยู่ใต้ดินอีก
เหตุใด ทำไมกรุงเทพมหานครต้องมอบหมายให้กรุงเทพธนาคมดำเนินการมีความพยายามของหลายหน่วยงานที่จะแก้

ปัญหาและขอเป็นเจ้าภาพจัดการปัญหานี้

     เมื่อเดือน ม.ค. 2561 รัฐบาล คสช. ไฟเขียวแผนพัฒนา 10 ปี (2559-2568) ของกฟน.เพื่อนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ระยะทาง88.1 กิโลเมตร สมุทรปราการ 25.7 กิโลเมตร และนนทบุรี 13.5 กิโลเมตร รวมระยะทาง 127.3กิโลเมตร ในวงเงิน 48,717 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 382.6 9 ล้านบาท ตามที่ กฟน. เสนอ เพื่อไปสู่เป้าหมายให้เป็น ‘มหานครแห่งอาเซียน? แผนการจัดระเบียบสายสื่อสารแห่งอาเซียนแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน พ.ศ. 2560

     โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขว้างงูไม้พ้นคอจากความพยายามจัดระเบียบสายสื่อสารรกรุงรังบนเสาไฟฟ้าไม่ได้ผ ลและเป็นไปด้วยความล่าช้า มติคณะกรรมการดีอี ครั้งที่ 4/2561 เห็นชอบในหลักการให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตกรุงเทพฯโดยกรุงเทพม หานครได้ลงนามบันทึกข้อตกลงมอบหมายภารกิจดังกล่าว ให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงที่ประชุมคณะกรรมการดีอี ครั้งที่ 5/2561

     ได้มีมติเห็นชอบให้ กทม. ดำเนินการ ตามแนวทางดังกล่าวบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีนโยบายในการดำเนินงานตามภารกิจที่กรุงเทพมหานครมอบหมายโดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหามากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนทางธุรกิจ (Social Enterprise) การดำเนินการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทางรวมประมาณ 2,450 กิโลเมตรในระยะเวลา 2-3 ปีค รั้งนี้ บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมน าคม จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถจัดทำท่อร้อยสายสื่อสารได้เช่นเดียวกับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น โดยเลือกรูปแบบการดำเนินงานโดยเป็นผู้สำรวจออกแบบก่อสร้างและบริหารจัดการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ โดยการลงทุนด้วยตนเองทรัพย์สินเป็นของตนเอง โดยปีที่ 3 0 จะโอนมอบทรัพย์สินให้กับกรุงเทพมหานคร (BOT: Build-Operate and Transfer)การลงทุนไม่ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรุงเทพมหานคร

ลงทุนไม่ได้ขอรับการสนับสนุน

     งบประมาณจากกรุงเทพมหานครและภาครัฐ โดยจะเรียกเก็บและกำกับอัตราค่าใช้บริการร่วมกับกสทช.และบริหารจัดการโครงให้เป็นไปตามพรบ.และระเบียบต่างๆ ในวิสัยที่ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตพึงกระทำต่อไป

- ทำไมรูปแบบที่กรุงเทพธนาคมดำเนินการจึงเป็นที่ยอมรับจากส่วนรวม
     1.กรุงเทพธนาคม ถือหุ้นโดยกรุงเทพมหานคร 99.98% มี DNA ของการบริการสาธารณะที่มุ่งเน้นประโยชน์และกำไรให้กับสังคมเป็นที่ตั้ง 2.กรุงเทพธนาคม มีความคล่องตัว มีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะเป็นที่ประจักษ์ ทั้งการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ระบบรา ง การบริการสุขภาพและสาธารณสุข การจัดการพลังงาน และการพัฒนาเมือง เป็นต้น 3.มีความเป็นกลางและเป็นธรรมสามารถสร้างให้เกิดความร่วมมือและร่วมให้เกิดความรับผิดสามารถสร้างให้เกิดความร่วมมือและร่วมให้เกิดความรับผิดชอบ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกและ ประสานติดตามให้กับทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่น และด้วยแนวคิดที่ได้รับฟังในเวทีการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมที่ว่าในอดีตผู้ประกอบกิจการให้บริการสื่อสารและโทรคมนาคมล้วน แล้วแต่เลือกที่จะลงทุนวางโครงข่ายสื่อสารเพื่อขยายพื้นที่ให้คลอบคลุมการให้บริการของตนเองให้ได้มากที่สุด

     ด้วยเหตุผลทางการตลาดหรือด้วยเหตุผลด้านประสิทธิภาพเสถียรภาพในการให้บริการ อย่างมีคุณภาพก็ตาม ในทางกลับกันเป็นการสร้างภาระการลงทุนและต้นทุนการบำรุงรักษาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ขณะที่อัตราค่าใช้บริการกลับต่ำลงจากนโยบายการเปิดเสรีให้มีการแข่งขันการบริการ ประกอบกับปัจจุบันและอนาคตโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายสื่อสารและโทรคมนาคม เช่น ท่อร้อยสาย สายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง และเสาสื่อสาร ไม่ใช่ปัจจัยหลักหรือตัวแปรหลักที่ผู้ประกอบการต้องลงทุนก่อสร้างเองเพื่อการแข่งขันหรือผูกขาดการให้บริการอีกต่อไปแล้ว ผู้ประกอบการต่างหันไปมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการลงทุนและแข่งขันกันในการให้บริการที่หลากหลายด้วยค่าบริการที่ต่ำแทนการลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐานเองเหมือนอดีตที่ผ่านมา เราจึงเห็นปรากฏการณ์และรูปแบบความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมในความพยายามที่จะนำทรัพยากรของตัวเองที่มีอยู่มาบริหารจั ดการใช้งานหรือให้บริการร่วมกัน หรือให้ผู้ประกอบกิจการสื่อสารโทรคมนาคมรายใดรายหนึ่งหรือรวมกลุ่มกันแล้วแต่

     กรณีเป็นเจ้าภาพหลักลงทุนหรือเข้าทำสัญญาหลักกับหน่วยงานเจ้าของโครงการแล้วร่วมกันจัดตั้งหน่วยธุรกิจที่เรียกว่า SPV (Special Propose Vehicle) เพื่อบริหารจัดการและใช้งานร่วมกัน และนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้บริการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารและผู้ใช้บริการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมส่วนใหญ่ที่กรุงเทพธนาคมได้ประกาศเชิญชวนอย่างเป็ นทางการให้ผู้ที่สนใจมาลงทะเบียนและมีจดหมายเชิญให้เข้ามารับเอกสารข้อกำหนดการคัดเลือกผู้ใช้บริการความจุ ไม่มีความประสงค์จะยื่นเอกสารเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้ใช้บริการความจุในครั้งนี้ และมิได้มีข้อโต้แย้งใดๆด้วยความพยายามในการแก้ปัญหาของทุกภาคส่วน อุปสรรคและความล่าช้าต่างๆ และแนวทางการบริหารจัดการนำสายสื่อสารลงใต้ดินของกสทช.ที่ต้องการให้มีหน่วยงานกลางเข้ามารับผิดชอบเป็นเจ้าภาพก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ประกอบกับแนวโน้มและรูปแบบการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมของผู้ประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นบทสรุปให ้กับผู้บริหารของกรุงเทพมหานครและกรุงเทพธนาคมรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ธนาคมรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการ

- ทำไมกรุงเทพธนาคมต้องลงทุนเอง เป็นเจ้าของทรัพย์สินเอง บริหารจัดการด้วยตนเอง
     1.ปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง เกิดจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม มีรายได้จากผลประกอบการ จึงควรเป็นผู้เข้ามาร่วมรับผิดชอบ และต้องไม่นำเงินภาษีประชาชนหรืองบประมาณแผ่นดินมาลงทุนแก้ไขปัญห าการลงทุนของกรุงเทพธนาคม เป็นการลงทุนที่มีต้นทุนก่อสร้างที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการทุกราย หรือรายใดรายหนึ่งทำเองประหยัดกว่า เร็วกว่า มีการรับประกันการซ่อมบำรุงดูแลรักษาในระดับสากล ผู้ประกอบและผู้ใช้บริการทุกรายชำระค่าใช้บริการความจุในราคาที่เป็นธรรม สามารถนำไปให้บริการกับผู้ใช้ปลายทางได้ทันทีประหยัดการลงทุนปลายทาง (Last mile)
     2.เพื่อป้องกันการผูกขาดและการกีดกันการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยโครงข่ายท่อกับผู้ประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยโครงข่ายท่อร้อยสายที่เป็นทรัพย์สิน ของกรุงเทพธนาคมได้รับการจัดสรรความจุใช้งานอย่างเหมาะสมในกิจการของกรุงเทพธนาคมเองและภารกิจบริการสาธารณะของกรุงเทพมหานคร เช่น CCTV ,IOTภารกิจของหน่วยงานความมั่นคง และให้ผู้ประกอบการใช้บริการในปริมาณความจุ80%ของความจุท่อร้อยสายในทุกเส้นทาง โดยยังคงมีความจุสำรองเหลือไว้ให้บริการกับผู้ใช้บริการทุกรายใช้ได้อีกตลอดระยะเวลา30-50ปี

- การมีผู้ยื่นความจำนงและได้รับการคัดเลือกรายเดียว ถือเป็นการผูกขาดหรือเข้าข่ายร่วมทุนหรือไม่
     กรุงเทพธนาคมมีความเข้าใจหลักปฏิบัติภายใต้ระเบียบกฎหมาย ข้อบังคับ ของกรุงเทพมหานคร พรบ.การประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม และพรบ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เป็นอย่างดีและถือปฏิบัติมาโดยลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เป็นอย่างดีและถือปฏิบัติมาโดยตลอด และก็ไม่ได้หมายความว่าการที่ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด คัดเลือกผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเป็นผู้ใช้บ ริการความจุท่อส่วนใหญ่จากกรุงเทพธนาคมแล้วจะเป็นการผูกขาดหรือได้เปรียบเสียเปรียบกันโดยสิ้นเชิง โดยในกรณีของผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้เป็นผู้ที่แสดงความประสงค์ที่จะใช้บริการเพื่อสนับ สนุนบริการสื่อสารโทรคมนาคมของตนเองเป็นหลัก และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่ต้องปฎิบัติภายใต้กติกาที่ กสทช.กำหนดเช่นเดียวกัน การนำความจุที่เหลือไปให้บริการต่ออาจเป็นผลดีเสียอี กกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่มีความต้องการใช้งานเพียงบางส่วนเหตุผลสนับสนุนก็คือ

     กรุงเทพธนาคม มีการเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ามาร่วมให้ความเห็น ให้ข้อเสนอแนะและความต้องการการใช้งาน และเป็นที่ยอมรับว่าเทคโนโลยีที่กรุงเทพธนาคมนำมาก่อสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการโครงการเป็นไปมาก่อสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการโครงการเป็นไปตามมาตรฐานสากล ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเช่าท่อร้อยสายสื่อสารเอง เพราะเป็นการสร้างภาระการลงทุนและการดูแลรักษาด้วยตนเอง ส่วนใหญ่เพราะยังมีองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมอีกหลายประเภท เช่น ท่อร้อยสายสื่อสารของการไฟฟ้านครหลวง ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และของบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัดตลอดจนโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นๆ เช่น สายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง เสาโทรคมนาคม สายอากาศที่มีอยู่ของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารและ โทรคมนาคมรายอื่นให้บริการอยู่


- กรุงเทพธนาคมยังสนองนโยบายการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน
     สิ่งที่กรุงเทพธนาคมกำลังออกแบบก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในครั้งนี้เป็นการสนองนโยบายภาครัฐร้อยสายสื่อสารใต้ดินในครั้งนี้เป็นการสนองนโยบายภาครัฐและผู้ประกอบการที่อยากให้มี
การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันนั่นหมายถึงเราจก่อสร้างและวางท่อใต้ทางเดินเท้าเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเดินสายปลายทางเข้าถึงจุดให้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็วและประหยัดที่สุด ซึ่งโครงข่ายท่อร้อยสาย สื่อสารรูปแบบนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดหรือผู้ประกอบการรายใด ก่อสร้างมาก่อน ในกรณีที่มีหน่วยงานหรือองค์กรหรือแม้แต่ผู้ให้บริการบางรายพยายามจะบอกว่าตนเองมีโครงข่ายท่อร้อยสายใต้ดินอยู่แล้วหลักพันก ิโลเมตรพร้อให้บริการในราคาที่ต่ำ เอาเป็นว่าถ้ามีอยู่จริงก็ต้องแสดงเอกสารหลักฐานให้กับทุกคนได้รับรู้

     และสามารถรับประกันว่าอายุการใช้งานของท่อจะอยู่ได้อีกกี่ปี จะไม่หักงออุดตันนำมาร้อยท่อร้อยสายได้จริง เอาหลักวิศวกรรม เอาหลักเศรษฐศาสตร์มาพูดกัน มองกันที่ 30 ปีว่าระหว่างใช้งานต้องลงทุนวางท่อใหม่ทดแทนอีกเท่าไหร่ ต้องสำรวจขุดเจาะค้นหาแนวท่อเก่า ต้องบำรุงรักษาอีกเท่าไหร่ ต้องสำรวจขุดเจาะค้น หา แนวท่อเก่า ต้องบำรุงรักษาอีกแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่พ้นลงทุนเพิ่มอยู่ดี มิหนำซ้ำถ้าใช้โครงข่ายท่อร้อยสายใต้ดินเดิมที่อยู่ใต้พื้นถนน ลึก 4-5 เมตร สุดท้ายก็ต้องลงทุนก่อสร้างเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายท่อร้อ ยสายใต้ดินใต้ทางเดินเท้าอยู่ดี กลายเป็นการลงทุนที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาการจัดระเบียบไม่ได้มีแค่นเสาหรือแค่บนทางเดินเท้า แต่กำลังเป็นภัยคุกครามลงไปใต้ดิน ในตรอกซอกซอยหรือแม้กระทั่งหลังตึกแถว ผนังอาคาร แนวรั้วชาวบ้าน

     ต่อนี้ไปกรุงเทพธนาคมคงต้องทำงานหนักที่จะเป็นผู้รับภาระตรวจสอบสิทธิแห่งทาง (Right of way) ประสานดูแบบอนุญาตก่อสร้าง แบบพิมพ์เขียวกับกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตแต่ละรายนำเอกสารหลักฐานมาแสดงเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเส้นทางใดมีการอนุมัติไปแล้วบ้าง สถานะปัจจุบันเป็นอย่างไรการอนุมัติไปแล้วบ้าง สถานะปัจจุบันเป็นอย่างไร ในขณะที่วันนี้การแก้ปัญหาปัญหาสายสื่อสารที่รกรุงรังเป็นทัศนอุจาดทางสายตาตลอดแนวถนนสายหลักสายรองรวมไปถึงตามตรอกซอกซอยทั่วพื้นที่ของ กรุงเทพมหานคร ที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กำลังดำเนินการนำมหานครกรุงเทพ คืนสู่ความสง่างาม ปลอดภัย ทันสมัยให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับประเทศ กลับถูกนักวิชาการ ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ไม่เปิดใจเป็นกลางที่จะสอบถามรับฟังข้อเท็จจริงโดยตรงกับบริษัทฯ แต่กลับใช้ดุลยพินิจส่วนตัวแสดง ความคิดเห็นที่แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ หยิบยกมาเป็นประเด็นผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าผลประโยชน์บ้านเมือง สร้างความแคลงใจให้กับสังคมเข้าใจผิดด้วยเหตุผลใดก็ยังยืนยันหลักการเดิมครับว่ากรุงเทพธนาคม ยินดีที่จะรับฟังทุกความคิดเห็น ทุกข้อเสนอแนะและเชิญชวนผู้ที่มีข้อสงสัยกังวลใจได้เข้ามานั่งพูดคุยรับฟังข้อและเชิญชวนผู้ที่มีข้อสงสัยกังวลใจได้เข้ามานั่งพูดคุยรับฟังข้อเท็จจริงร่วมกัน

     และสื่อสารให้กับสังคมได้รับฟังอย่างสร้างสรรค์จะดีกว่า อย่าได้สร้างความเข้าใจผิดจนนำไปสู่ความขัดแย้ง หรือใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่ควรให้เกิดการฟ้องร้องเอา ผิดกันเลยครับกรุงเทพธนาคม ต้องเดินหน้าเพื่อสนองต่อนโยบายภาครัฐและกรุงเทพมหานคร ในการนำกรุงเทพมหานครก้าวเข้าสู่มหานครที่สวยงาม ปลอดภัย ทันสมัย ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันขับเคลื่อน บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีความเป็นมืออาชีพที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้กับกรุงเทพมหานคร การนำสายสื่อสารลงใต้ดินมีขั้นตอนและกิจกรรมที่ต้องร่วมกันทำกับทุกภาคส่วนอีกมากมายกรุงเทพมหานครเองต้องดูแลทางเท้าและใต้ดินที่เต็มไปด้วยระบบสาธารณูปโภคหลากหลายในพื้นที่ใต้ทางเท้าที่จำกัด หากไม่ได้กำกับหรือดำเนินการเองจะเป็นการสะสมปัญหาใต้ดินที่หนักหนาสาหัสกว่าปัญหาบนเสาเป็นการสะสมปัญหา ใต้ดินที่หนักหนาสาหัสกว่าปัญหาบนเสาไฟฟ้าหลายเท่า


- วางแผนบุกเบิกระบบท่อสาธารณูปโภคร่วม (Common Utility Ducts)
     ด้วยการเป็นเจ้าภาพประสานหน่วยงานสาธารณูปโภคหลักของมหานครกรุงเทพ เดินหน้าออกแบบ ก่อสร้าง ใช้งานและบริหารจัดการร่วมกันครับ “กรุงเทพธนาคม วิสาหกิจเพื่อสังคมของมหานครกรุงเทพ”เรามีภารกิจบริการสาธารณะอีกหลายเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อการจัดการปัญหาและบริการสาธารณะร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ เราเสียโอกาสจากการใช้พื้นที่ส าธารณะเพื่อบริการส่วนรวมทั้งเหนือพื้นดิน บนทางเท้ามามากแล้ว อย่าให้ต้องเสียโอกาสในการนำพื้นที่สาธารณะใต้ดินมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมกับบ้านกับเมืองเลยครับ ปริมาณใช้ให้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมกับบ้านกับเมืองเลยครับ ปริมาณฝนที่มากขึ้นจำเป็นต้องขยายโครงข่ายท่อระบายน้ำใต้ทางเดินเท้า เมืองที่โตขึ้นต้องการระบบประปา ระบบไฟฟ้าที่มากขึ้น เหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องใช้พื้นที่ใต้ทางเท้าร่วมกันทั้งนั้นอย่าได้มองว่าทุกเรื่องมันจะต้องขึ้นตนด้วยผลประโยชน์แล้วลงท้ายด้วยการให้ร้ายป้ายสีคนทำงาน โดยเฉพาะข้าราชการเจ้าหน้าที่ ที่ล้วนมีศักดิ์ศรี มีค่าของความเป็นคนเช่นเดียวกันกับทุกท่านเลยครับ


 

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเส้นทางเดินเรือตามเส้นทางคลองภาษีเจริญ(ท่าเรือบางหว้า) - คลองบางกอกใหญ่ - แม่น้ำเจ้าพระยา(ท่าเรือท่าช้าง) 

     กทม. เปิดทดลองเส้นทางการเดินเรือ คลองภาษีเจริญ - แม่น้ำเจ้าพระยา บริการ ‘ปชช.’ ฟรี 6 เดือน
วันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเส้นทางเดินเรือตามเส้นทางคลองภาษีเจริญ(ท่าเรือบางหว้า) - คลองบางกอกใหญ่ - แม่น้ำเจ้าพระยา(ท่าเรือท่าช้าง)

    ทั้งนี้ กทม. ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้จัดการเดินเรือ โดยให้บริการฟรีตลอดสาย เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป ประกอบด้วยจุดจอดรับ - ส่ง 5 ท่าเรือ ได้แก่ 1. ท่าเรือบางหว้า 2. ท่าเรือ วัดอินทราราม 3. ท่าเรือสะพานพุทธ 4. ท่าเรือราชินี และ 5. ท่าเรือท่าช้าง โดยมีจุดเริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้า ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งมวลชนหลักอย่างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีบางหว้า) เลี้ยวขวาที่ วัดปากน้ำภาษีเจริญเข้าสู่คลองบางกอกใหญ่ จอดรับส่งผู้โดยสารท่าเรือวัดอินทราราม ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือสะพานพุทธ ถัดมาคือท่าเรือราชินี ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (สถานีสนามไชย) และไปสิ้นสุดเส้นทางที่ท่าเรือท่าช้าง ซึ่งจะสามารถลดระยะเวลา ในการเดินทาง เชื่อมต่อพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครให้ใกล้กันมากยิ่งขึ้น

     หากต้องการแจ้งปัญหาจากการใช้บริการเส้นทางทดลองเดินเรือโดยสารฯ บางหว้า - ท่าช้าง สามารถติดต่อที่สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2354 12


 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562

     กทม.เดินหน้านำ 'สายสื่อสารลงใต้ดิน' มุ่งสู่การเป็น 'มหานครไร้สาย' รองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการสื่อสารโทรคมนาคม 4.0

     (18 มิ.ย.62) เวลา 10.00 น. พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ โครงการส่งเสริมพัฒนาและกำหนดแนวทางการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมเปิดโครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

     โดยมี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พลตำรวจโท โสภณ พิสุทธิวงษ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หน่วยงานด้านสาธารณูปโภคผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก
ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อเดือนมกราคม 2562 ให้กทม.เป็นเจ้าภาพดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย กทม.ได้ประชุมหารือกับ กสทช. เพื่อเตรียมความพร้อมแผนงาน รวมถึงมาตรการต่างๆ

     พร้อมทั้งได้ร่วมกันแถลงถึงแนวทางการบริหารจัดการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยกทม.ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจภายใต้กำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างและขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและวางท่อร้อยสายเพื่อนำสายสื่อสารบนถนนสายหลัก สายรอง รวมถึงเส้นทางลัด และเส้นทางในซอยที่มีการพาดสายทั่วกรุงเทพฯ ลงใต้ดิน รวม 2,450 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 2 ปี โดยไม่กระทบผิวจราจร รวมมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ

     ขณะนี้การดำเนินงานอยู่ระหว่างสำรวจสภาพพื้นที่เบื้องต้น พร้อมทั้งประสานข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณูปโภค เพื่อทราบตำแหน่งของท่อสาธารณูปโภคใต้ดินเดิมที่มีอยู่ รวมถึงสำรวจสาธารณูปโภคใต้ดินและสิ่งกีดขวางอื่นๆ ใต้ผิวทางเท้าที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานเพิ่มเติม โดยใช้ระบบเรดาร์บนบาทวิถีที่ระดับความลึก 8 เมตร จากนั้นจะมีการออกแบบและวางแผนเพื่อขุดเจาะวางท่อร้อยขนาดเล็กใต้ดินด้วยเทคโนโลยีไมโครดัก (Micro duct) โดยมีวิธีการก่อสร้าง 2 รูปแบบ คือ 1.การก่อสร้างแบบเจาะลากท่อ Horizontal Directional Drill (HDD) และ 2.การก่อสร้างแบบเปิดหน้าดิน Open Cut (Semi-Direct-Burial) ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย ขุดเจาะเปิดหน้าดินน้อย และช่วยประหยัดพื้นที่
สำหรับโครงการนำระบบสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 2,450 กิโลเมตร แบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ โดยจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 4 จุด ใน 4 พื้นที่พร้อมกัน ประกอบด้วย

     พื้นที่ 1 กรุงเทพเหนือ ระยะทางประมาณ 620 กิโลเมตร โดยเส้นทางนำร่องที่จะดำเนินการ ได้แก่ บริเวณถนนวิทยุ ช่วงถนนพระรามที่ 1 - ถนนเพชรบุรี รวม 1.4 กิโลเมตร
พื้นที่ 2 กรุงเทพตะวันออก ระยะทางประมาณ 605 กิโลเมตร เส้นทางนำร่องบริเวณถนนรัชดาภิเษก จากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ประตู 2 และประตู 3 ถึงซอยรัชดาภิเษก 7 และซอยประชาสันติ และบริเวณถนนเทียมร่วมมิตร จากถนนรัชดาภิเษกถึงหน้าอาคารไซเบอร์เวิลด์ (CW Tower) รวม 1.95 กิโลเมตร
พื้นที่ 3 กรุงธนเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร ระยะทางรวม 605 กิโลเมตร เส้นทางนำร่องบริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 68 จากถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 10 รวม 1.7 กิโลเมตร
และพื้นที่ 4 กรุงธนใต้ ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร เช่นเดียวกัน รวมระยะทาง 620 กิโลเมตร โดยเส้นทางนำร่อง ได้แก่ บริเวณถนนวิทยุ ช่วงถนนพระราม 1 ถึงถนนพระราม 4 ระยะทาง 1.9 กิโลเมตร

     ทั้งนี้ กทม.จะเริ่มดำเนินการขุดเจาะและวางท่อร้อยสายประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการขุดวางท่อร้อยสายและนำสายสื่อสารลงใต้ดินให้ได้อย่างน้อยพื้นที่ละ 150 กิโลเมตร ภายในปี 2562 และเร่งดำเนินการทุกพื้นที่ให้แล้วเสร็จตามกำหนดภายใน 2 ปี
ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กทม.และกสทช. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย ในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ภายใต้กรอบระยะเวลา 24 เดือน คาดว่าเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งอนาตที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคมที่รองรับการเป็น Smart City ที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย ทันสมัย เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ต่อไป


 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับเชิญเข้าร่วมจัดงาน InterCare Asia 2019 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้าและบริการด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า รวมสินค้านวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ "เมดิคอลฮับนานาชาติ"

     บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้รับเชิญเข้าร่วมจัดงาน InterCare Asia 2019 งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้าและบริการด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า รวมสินค้านวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ "เมดิคอลฮับนานาชาติ"

     โดยทางบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ให้บริการเดินรถสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น (ให้บริการฟรี) มา 6 ปีแล้ว ยังมีแผนในการเพิ่มจำนวนรถยนต์การให้บริการ และพัฒนารถให้เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาปรับใช้เพื่อให้เมืองน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 99 ไบเทค บางนา

     นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 


 

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน "คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 17 ประจำปี 2562" ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปากน้ำ 

     บีทีเอสจัดคลินิกลอยฟ้าตรวจสุขภาพฟรี! ปีที่ 17 ณ “สถานีปากน้ำ” เริ่ม 5-8 มิ.ย.นี้ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน "คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 17 ประจำปี 2562" ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปากน้ำ (ระหว่างวันที่ 5 – 8 มิถุนายน 2562) ซึ่งจัดโดยกลุ่มบริษัทบีทีเอส ร่วมกับ 11 หน่วยงานโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ประชาชนทุกท่าน เนื่องในโอกาสที่รถไฟฟ้าบีทีเอสก้าวสู่ปีที่ 20 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

     ซึ่งในปีนี้ กลุ่มบริษัทฯ จะจัดเสวนา ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรไทย ยารักษาโรค ในหัวข้อ “มหัศจรรย์….สมุนไพรไทย” จากเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในวันเปิดงาน พร้อมทั้งจัดกิจกรรม D.I.Y สมุนไพรไทย ตลอดระยะเวลา 4 วัน เพื่อให้ประชาชนนำความรู้เรื่องสมุนไพรไปปฏิบัติใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ภายในงานได้จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพฟรี กว่า 20 รายการ ในโรคที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นปัจจัยก่อเกิดโรคร้ายแรง โดยแบ่งเป็นสถานีสุขภาพ 8 สถานี ได้แก่ สถานีฟัน สถานีมะเร็ง สถานีหัวใจและสมอง สถานีเบาหวานและไขมัน สถานีกระดูกและข้อ สถานีตา สถานีแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย และสถานีส่งเสริมสุขภาพ พร้อมนำผลิตภัณฑ์สมุนไพร OTOP ในชุมชนเมืองสมุทรปราการ ออกร้านจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน


 

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน "คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 17 ประจำปี 2562" ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปากน้ำ 

ข่าวดี! สำหรับผู้เดินทางกลับจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่ใช้รถเข็น

     บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช นำโดย รศ. นพ. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และ นายเฉลิมชัย เขียวประดิษฐ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มกิจการพิเศษ บริษัทกรุงเทพธนาคม ร่วมกันเปิดโครงการ "ทางเลือกใหม่เพื่อการเดินทางสำหรับผู้พิการและผู้ป่วยที่ใช้รถเข็น" ที่ต้องการเดินทางจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาลกลับสู่บ้านพัก โดยให้บริการฟรี!

     เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้ป่วยที่ใช้รถเข็นเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนมากขึ้นในการเดินทางในพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาล

     ติดต่อขอใช้บริการ หรือลงทะเบียนได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

***ในส่วนการบริการรถคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ยังให้บริการตามปกติ***


 

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562

     นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าอวยพรและรดน้ำขอพร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร


 

เมื่อวันที่ 4 เม.ษ. 62 กทม. มุ่งหน้าสู่มหานครไร้สาย นำ 'สายสื่อสารลงใต้ดิน' ทั่วกทม. แล้วเสร็จภายใน 2 ปี

     กทม. มุ่งหน้าสู่มหานครไร้สาย นำ 'สายสื่อสารลงใต้ดิน' ทั่วกทม. แล้วเสร็จภายใน 2 ปี (4 เม.ย.62) เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมการดำเนินโครงการบริหารจัดการการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่าง กสทช. และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมายภายใน 2 ปี

     ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม.มีแผนบริหารจัดการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556-2575) เพื่อให้เมืองมีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้า และสายสื่อสาร อีกทั้งสอดคล้องกับที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (DE) ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 ซึ่งมีมติให้กรุงเทพมหานครจัดทำแผนการดำเนินงาน มาตรการและกลไกในการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดังนั้น กทม.จึงได้หารือร่วมกับกสทช. และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม อาทิ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยกทม.รับเป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งมอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินโครงการ รวมถึงขอใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมให้ถูกต้อง และนำเสนอแผนดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการ DE คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน และคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัทกรุงเทพธนาคมฯ ได้ประสาน กสทช. เพื่อขอใบอนุญาตในการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทที่ 3 (มีโครงข่ายเป็นของตนเอง)

     เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 จากนั้นได้เสนอแผนดำเนินงาน มาตรการ และกลไกในการขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อคณะกรรมการ DE คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน และคณะรัฐมนตรี เพื่อเห็นชอบการดำเนินการ จนกระทั่งเมื่อวันทึ่ 15 มกราคม 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบมติคณะกรรมการ DE ให้กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการ สำหรับการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินนั้น กทม.ได้มีการแยกแผนดำเนินการออกจากแผนการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เนื่องจากปัญหาสายสื่อสารระโยงระยาง รกรุงรัง เป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นต้องดำเนินการในทันที อีกทั้งลักษณะการก่อสร้างเพื่อวางท่อร้อยสายสื่อสาร และสายไฟฟ้า มีความแตกต่างกัน โดยการนำสายสื่อสารลงใต้ดินจะดำเนินการขุดวางท่อร้อยสายบนทางเท้าที่ความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร ความกว้างไม่เกิน 40 เซนติเมตร ในขณะที่ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง จะเป็นการขุดวางใต้ผิวจราจรที่ระดับความลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งมีความยุ่งยากกว่า

     ทั้งนี้ บริษัท กรุงเทพธนาคมฯ จะดำเนินการก่อสร้างเพื่อวางท่อร้อยสาย โดยนำเทคโนโลยีท่อร้อยสาย (Microduct) จำนวนตั้งแต่ 14-21 ไมโครดัก ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน และเป็นมาตรฐานเดียวกับมหานครอื่นๆ ทั่วโลกมาใช้ในการดำเนินการบนถนนสายหลักและสายรองทั่วกรุงเทพฯ รวมระยะทางประมาณ 2,450 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินการเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพตอนเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ โดยจะมีการสำรวจและออกแบบโครงข่าย โดยจะเริ่มก่อสร้างและติดตั้งโครงข่ายในเดือนพฤษภาคม 2562 และคาดว่าจะนำสายสื่อสารลงใต้ดินแล้วเสร็จทั้งโครงการภายใน 2 ปี เพื่อให้ภูมิทัศน์เมืองเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน ซึ่งในอนาคตหากมีการขยายถนนเพิ่มเติมบริษัทกรุงเทพธนาคมจะดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายใต้ดินไปพร้อมๆ กัน


 

เมื่อวันที่ 3 เม.ษ. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดตัว LINE@ @ktthanakom เพื่อเป็นอีกหนึ่งในช่องทางการสื่อสารไปยังประชาชน การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท


      กรุงเทพธนาคมเปิดตัว LINE@ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับประชาชน บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดตัว LINE@ @ktthanakom เพื่อเป็นอีกหนึ่งในช่องทางการสื่อสารไปยังประชาชน การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท การดำเนินกิจกรรม CSR ประกอบด้วย ด้านระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร "ราง ล้อ เรือ" ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาเมืองเพื่อการนำเทคโนโลยีมาพัฒนากรุงเทพมหานครให้กลายเป็นมหานครแห่งอนาคต ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทกรุงเทพธนาคม ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง Facebook ในชื่อ https://www.facebook.com/KrungthepThanakom/ และ Twitter ในชื่อ @KTthanakom

 


 

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมจัดนิทรรศการ แสดงเทคโนโลยีการพัฒนากรุงเทพมหานคร ให้กลายเป็น SMART CITY ที่งาน COMMART CONNECT 2019

     'กรุงเทพธนาคม' โชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่มหานครแห่งอนาคต เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 62 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าร่วมจัดนิทรรศการ แสดงเทคโนโลยีการพัฒนากรุงเทพมหานครให้กลายเป็น SMART CITY ที่งาน COMMART CONNECT 2019 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรุงเทพธนาคม กล่าวว่าภายในบูธนิทรรศกาลของกรุงเทพธนาคมได้มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร เช่น เส้นทางรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายไปในชานเมืองทั้งทิศเหนือและใต้ รถ MONORAIL สายสีทอง ด้วยเทคโนโลยีไร้คนขับ รถแท๊กซี่ให้บริการผู้พิการและผู้สูงอายุฟรีซึ่งเป็นโครงการ CSR ของบริษัท และในอนาคตจะพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เรือรับส่งผู้โดยสารด้วยระบบไฟฟ้า 100% ลำแรกของประเทศที่ใช้งานได้จริงและใช้งานแล้วรับส่งผู้โดยสารอยู่ในปัจจุบันที่คลองผดุงกรุงเกษม ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ใช้การเผา

     ซึ่งเราใช้เป็นวิธีการหมักเพื่อผลิตแก๊ซและนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งจะไม่ปล่อยมลภาวะสู่อากาศ และด้านการพัฒนาเมือง เช่น เรานำระบบท่อร้อยสายใต้ดินซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ ซึ่งจะรบกวนประชาชนในครั้งเดียวและใช้พื้นที่บนทางเท้าเพียงเล็กน้อยซึ่งอายุการใช้งานของท่อร้อยสายจะมากกว่า 50 ปี ซึ่งโครงข่ายสายสื่อใต้ดินนอกจากจะทำให้เมืองสวยงามและปลอดภัยแล้ว ยังสามารถรองรับเทคโนโลยีในอนาคตของผู้ประกอบการอื่น เช่น 5G ได้อย่างดีและไม่ติดขัด ทั้งนี้บริษัทยังได้พัฒนาเทคโนโลยี IoT ร่วมกับพันธมิตรของเรา มาใช้ในอุปกรณ์ที่เราใช้ประจำวันต่างๆเพื่อให้เกิดการบริการที่ดีแก่ประชาชน เช่น SMART POLE, ถังขยะอัจฉริยะ และอื่นๆมากมาย ผู้เข้าชมนิทรรศกาลจะได้รับความรู้ความเข้าใจในการพัฒนากรุงเทพฯให้กลายเป็นมหานครแห่งอนาคต อย่างไรก็ตามโดยผู้ที่เข้าร่วมงาน COMMART CONNECT 2019 ที่จัดขึ้น ณ ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 28 ถึง 31 มีนาคม 2562 นี้ สามารถเข้าเยี่ยมชมนิทรรศกาลได้ที่ โซน Pavillion Zone


 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้ว่ากทม. เป็นประธานในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562

     พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้ว่ากทม. เป็นประธานในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ ห้องประชุมผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด


 

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30น. บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้มีการประชุม คณะกรรมการบริษัท โดยได้มีการต้อนรับ กรรมการ ท่านใหม่ 2 ท่าน



   
      เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30น. บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 12/2561 โดยได้มีการต้อนรับกรรมการท่านใหม่ 2 ท่านประกอบด้วย 1.รศ.นพ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ 2.นายธนูชัย หุ่นนิวัฒน์ โดยนายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ และนายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ ได้มอบเข็ม บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ให้กับกรรมการทั้ง 2 ท่านเพื่อเป็นการต้อนรับ



เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยมี คณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชน โดยสารรถไฟฟ้าจากศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไปยังสถานีเคหะ

     นายกรัฐมนตรีกดปุ่มเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (6 ธ.ค.61) เวลา 07.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารจังหวัดสมุทรปราการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมพิธี ณ โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ จากนั้นเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชน โดยสารรถไฟฟ้าจากศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไปยังสถานีเคหะสมุทรปราการ

     โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เป็นโครงการรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทาง 13 กม. จำนวน 9 สถานี ประกอบด้วย สถานีสำโรง E15 สถานีปู่เจ้า E16 สถานีช้างเอราวัณ E17 สถานีโรงเรียนนายเรือ E18 สถานีปากน้ำ E19 สถานีศรีนครินทร์ E20 สถานีแพรกษา E21 สถานีสายลวด E22 และสถานีเคหะฯ E23 เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ แนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร บีทีเอส ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิทตอนที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่งบริเวณซอยสุขุมวิท 107 ไปตามแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท ผ่านคลองสำโรง ผ่านแยกเทพารักษ์ แยกปู่เจ้าสมิงพราย เมื่อถึงบริเวณจุดตัดกับโครงการถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ แนวจะเปลี่ยนจากเกาะกลางไปทางทิศตะวันตกของถนนสุขุมวิท เพื่อข้ามทางต่างระดับสุขุมวิท จากนั้นจึงเปลี่ยนกลับมาอยู่ในแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท ผ่านแยกศาลากลาง แยกการไฟฟ้า แยกแพรกษา แยกสายลวดจนถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง โดยแนวเส้นทางจะเบี่ยงออกทางด้านทิศตะวันตกและลดระดับเพื่อเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง ในส่วนการก่อสร้างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เริ่มการก่อสร้างงานโยธาและงานรางตั้งแต่ต้นปี 2555 จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยประมาณต้นปี 2560

     จากนั้นกรุงเทพมหานครได้เริ่มเข้าดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลเมื่อเดือนต.ค.59 และสามารถเปิดเดินรถได้ 1 สถานีที่สถานีสำโรง ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.60 ที่ผ่านมา หลังจากนั้น กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลในส่วนที่เหลือทั้งหมด รวมทั้งได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ และทดสอบการเดินรถเสมือนจริงในเดือนต.ค.-พ.ย.61 เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความพร้อมและมีความปลอดภัยสำหรับการเปิดใช้งานให้บริการแก่ประชาชน สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงของโครงการมีพื้นที่ประมาณ 123 ไร่ ในพื้นที่ประกอบด้วย อาคารบริหารและศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการเดินรถ อาคารซ่อมบำรุงหลัก อาคารจอดรถไฟฟ้า รางทดสอบ และอาคารประกอบอื่นๆ นอกจากนี้ รฟม. ได้จัดให้มีอาคารจอดรถแล้วจร 1 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณสถานีเคหะสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานีปลายทางเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ สามารถจอดรถรวมกันได้ประมาณ 1,200 คัน

     ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยบีทีเอสได้ทดสอบการเดินรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งใช้รถขบวนเก่าและรถขบวนใหม่ 3 ขบวน เพื่อให้ประชาชนทดลองใช้ฟรี 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.61 ถึงวันที่ 15 เม.ย.62 ระหว่างเวลา 06.00-24.00 น. พร้อมทั้งหารือกับทางบีทีเอสเพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารเบื้องต้น ซึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบายให้เพดานค่าโดยสารทั้งโครงการส่วนแรกในสายสุขุมวิท สายสีลม และส่วนต่อขยายสูงสุดไม่เกิน 65 บาท ซึ่งต้องได้ข้อสรุปก่อนเปิดเดินรถจริงในเดือนเม.ย.62 หลังการทดลองเสร็จสิ้น

     ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการจำหน่ายและโอนทรัพย์สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และ (ใต้) แบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กระทรวงคมนาคม รฟม. และ กทม. ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)

     เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.58 เรื่อง การมอบหมายให้ กทม. เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.59 และจากการประสานความร่วมมือกันของทุกฝ่ายส่งผลให้กระทรวงคมนาคม รฟม. และ กทม. สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ เพื่อให้ กทม. สามารถบริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ได้ในระหว่างที่กระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยบันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขและหน้าที่ระหว่าง รฟม. และ กทม. ได้แก่ การจำหน่ายทรัพย์สินและที่ดินของโครงการ การโอนภาระทางการเงินของโครงการ และภาระผูกพันกับหน่วยงานอื่นให้กับ กทม. นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการยกเว้นค่าแรกเข้าระบบ หากผู้โดยสารเปลี่ยนถ่ายจากรถไฟฟ้าสายอื่นของ รฟม. ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย


 

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.61 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ ระบบขนส่งมวลชน Friendly Design จากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2018 

     ประกาศเกียรติคุณ 'กรุงเทพธนาคม' บริหารจัดการระบบขนส่งมวลชน ที่ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียม เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.61 บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ ระบบขนส่งมวลชน Friendly Design จากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2018 ณ เมืองทองธานี ในฐานะที่เป็นบริษัทส่งเสริมสนับสนุนปรับปรุงและพัฒนาอารยสถาปัตย์ สำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งช่วยให้การดำเนินชีวิตมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


 

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ผู้ว่าฯ กทม.ดูความพร้อมก่อนเปิดดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ก่อนพิธีเปิดทดลอง ให้บริการเดินรถ ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561

     ผู้ว่าฯ กทม.ดูความพร้อมก่อนเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ในวันที่ 6 ธ.ค.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการจราจรและขนส่ง และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ และตรวจสอบความพร้อมที่สถานีรถไฟฟ้าสำโรง (สายสีเขียว) และโดยสารบนขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีสำโรงไปยังโรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ ก่อนพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561 โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ จะเปิดให้บริการตลอดทั้งเส้นทาง ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 12.00น. โดยไม่เก็บค่าโดยสารเป็นเวลา 4 เดือน โดยกรุงเทพมหานคร ได้มอบความสุข ความสะดวกสบายในการเดินทาง เป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนทุกคน


 

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร เพื่อติดตามการพัฒนา คลองแสนแสบและการเดินทางสัญจรทางเรือ รวมทั้งการเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบ ขนส่ง รถ ราง เรือ 

     นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปยัง ท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ เมื่อเวลา 09.00น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามพัฒนาการเชื่อมโครงข่าย เส้นทางคมนาคม รถ-ราง-เรือ โดยนั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร ของ บ.กรุงเทพธนาคม จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปยัง ท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ สาขารามคำแหง เขตสะพานสูง เพื่อติดตามการพัฒนาคลองแสนแสบและการเดินทางสัญจรทางเรือ รวมทั้งการเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบขนส่ง รถ ราง เรือ


 

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมายังบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้น 38 เพื่อเป็นประธานในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561

     นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปยัง ท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ เมื่อเวลา 09.00น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามพัฒนาการเชื่อมโครงข่าย เส้นทางคมนาคม รถ-ราง-เรือ โดยนั่งเรือไฟฟ้าโดยสาร ของ บ.กรุงเทพธนาคม จากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปยัง ท่าเรือศูนย์การค้าเดอะพาซิโอ สาขารามคำแหง เขตสะพานสูง เพื่อติดตามการพัฒนาคลองแสนแสบและการเดินทางสัญจรทางเรือ รวมทั้งการเชื่อมโยงการเดินทางด้วยระบบขนส่ง รถ ราง เรือ


 

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมายังบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้น 38 เพื่อเป็นประธานในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561

     เมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมายังบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ณ อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้น 38 เพื่อเป็นประธานในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 โดยมีนายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ ,นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ คณะกรรมการ และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ


 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการ ผู้อำนวยการ และคณะ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะผู้บริหาร จัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ได้เข้าตรวจเยี่ยมความพร้อมความพร้อมการทดสอบเดินรถ ไฟฟ้าเสมือนจริง 

     BTS ส่วนต่อขยายเขียวใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) เชื่อมการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ และคณะ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) ได้เข้าตรวจเยี่ยมความพร้อมความพร้อมการทดสอบเดินรถไฟฟ้าเสมือนจริง ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าสำโรงไปจนถึงสถานีเคหะสมุทรปราการ ก่อนที่จะมีการเปิดเดินรถให้กับประชาชนในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 นี้ นายมานิต กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงต่อขยาย แบริ่ง-สมุทรปราการ จะช่วยให้การเดินทางคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ มีประสิทธิภาพอย่างไร้รอยต่อ สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะสามารถช่วยบรรเทาสภาพการจราจรที่ติดขัดช่วยให้ผู้คนในเมืองตลอดจนชาวสมุทรปราการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายนี้มีสถานียกระดับ 9 สถานี ดังนี้ 1.สถานีสำโรง 2.สถานีปู่เจ้าสมิงพราย 3.สถานีช้างเอราวัณ 4.สถานีโรงเรียนนายเรือ 5.สถานีสมุทรปราการ 6.สถานีศรีนครินทร์ 7.สถานีแพรกษา 8.สถานีสายลวด 9.สถานีเคหะสมุทรปราการ


 

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าแสดงความยินดีกับ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ เนื่องในโอกาสเข้าดํารงตําแหน่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร

     ผู้บริหาร KT เข้าแสดงความยินดีปลัดกรุงเทพมหานครเข้าดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้าแสดงความยินดีกับ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ เนื่องในโอกาสเข้าดํารงตําแหน่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร หลังจากที่มีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ พ้นจากตําแหน่ง รองปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561


 

กรุณากรอกข้อความ...
กรุณากรอกข้อความ...